“เมียนมากับกระบวนการพัฒนาแบบย้อนกลับ : แนวโน้มโครงการพัฒนาขนาดใหญ่หลังรัฐประหารที่อาจส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม”  (ตอนที่ 2)

รัฐประหารเมียนมาทำโครงการขนาดใหญ่รุกรานประชาชนและสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น – ด้าน รมช. พลังงาน NUG ชี้เมียนมาอาจเป็นประเทศแรกที่มีผู้อพยพจากวิกฤติสภาพภูมิอากาศ ประชาสังคมกะเหรี่ยงชี้เขื่อนฮัตจีเตรียมเดินหน้า แรงงานจีนเข้าพื้นที่แม้มี COVID – 19 ทหารเมียนมาบังคับใช้แรงงานผู้พลัดถิ่นสร้างถนนด้านนักวิชาการ ชี้เมียนมาเผชิญวิกฤติ 2C ต้องแก้ด้วย 4R   วันที่ 26 กันยายน เวลา 9.30 – 11.30 น. องค์กรเสมสิกขาลัย (SEM) กลุ่มเสรีภาพแม่น้ำโขง (The Mekong Butterfly) และคณะทำงานติดตามความรับผิดชอบการลงทุนข้ามพรมแดน (ETOs Watch Coalition) ได้ร่วมกันจัดเวทีอภิปราย ในหัวข้อ"เมียนมากับกระบวนการพัฒนาแบบย้อนกลับ : แนวโน้มโครงการพัฒนาขนาดใหญ่หลังรัฐประหารที่อาจส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม" ซึ่งเป็นกิจกรรมส่วนหนึ่งในงานสัปดาห์สิ่งแวดล้อมแม่โขง – อาเซียน ประจำปี 2564 หรือ Mekong – ASEAN Environmental Week 2021: MAEW2021 ขึ้นเพื่อวิเคราะห์ถึงผลกระทบที่เกิดจากโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน สังคมและสิ่งแวดล้อมทั้งในอดีต … Continue reading “เมียนมากับกระบวนการพัฒนาแบบย้อนกลับ : แนวโน้มโครงการพัฒนาขนาดใหญ่หลังรัฐประหารที่อาจส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม”  (ตอนที่ 2)

เมียนมากับกระบวนการพัฒนาแบบย้อนกลับ: แนวโน้มโครงการพัฒนาขนาดใหญ่หลังรัฐประหารที่อาจส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ตอนที่ 1)

ผ่านมากว่า 8 เดือน นับแต่มีการรัฐประหารโดยกองทัพเมียนมา เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 เพื่อล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง บรรดารัฐต่าง ๆ ของประชาคมโลกโดยเฉพาะกลุ่มประเทศตะวันตกอย่างสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกาก็ได้มีการประณามและแสดงออกถึงความไม่เห็นด้วยต่อการรัฐประหารและใช้วิธีถอนการลงทุนและระงับการลงทุนเพื่อกดดันกองทัพเมียนมา แนวโน้มการลงทุนจากต่างชาติในเมียนมาเริ่มชะลอตัวตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ เมื่อกองทัพเมียนมาเข้ายึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือน ซึ่งได้กระตุ้นให้เกิดความรู้สึกเชิงลบในทันทีและสร้างความไม่แน่นอนทั้งในและนอกประเทศ ประชาชนชาวเมียนมาทั่วประเทศออกมาเดินขบวนประท้วงทั่วประเทศ เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ของสาธารณชนอย่างล้นหลาม รวมถึงการรณรงค์อารยะขัดขืน หรือ Civil Disobedience Movement: CDM การต่อต้านการปกครองของทหารมีแนวโน้มที่จะยังคงต่อเนื่องและบานปลาย ทั้งในเมืองและในพื้นที่รัฐชาติพันธุ์ จนขณะนี้การต่อต้านกองทัพเมียนมาแผ่ขยายออกไปในทุกมิติทั้งการเมืองและการทหาร สะท้อนให้เห็นถึงสถานการณ์ที่ไม่เอื้ออำนวย ซึ่งอาจทำให้เกิดความท้าทายในการดำเนินธุรกิจและการลงทุนในเมียนมา จากรายงานของสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติระบุว่ากลุ่มบริษัทวิสาหกิจของกองทัพ 2 แห่ง ได้แก่ บริษัท Myanmar Economic Corporation (MEC) และ บริษัท Union of Myanmar Economic Holding Limited (MEHL) เป็นกลุ่มบริษัทที่กองทัพเมียนมาครอบครองผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจอันมหาศาลของเมียนมาไว้ ที่ผ่านมา กองทัพเป็นสถาบันอิสระปราศจากการควบคุมหรือแม้กระทั่งการตรวจสอบจากรัฐบาลพลเรือน อีกทั้งไม่ได้อยู่ภายใต้กฎหมายรัฐวิสาหกิจของเมียนมา มีบรรดานายพลของกองทัพซึ่งเลือกแต่งตั้งกันมาเอง มานั่งดูแลผลประโยชนทางเศรษฐกิจอันมหาศาล โดยทั้งสองวิสาหกิจมีความเกี่ยวพันและโยงใยกับธุรกิจแทบทุกประเภท … Continue reading เมียนมากับกระบวนการพัฒนาแบบย้อนกลับ: แนวโน้มโครงการพัฒนาขนาดใหญ่หลังรัฐประหารที่อาจส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ตอนที่ 1)

Civil Society – Academics Accelerates the State to Solve Refugee Issues after the Daily Clashes Between the Myanmar Army and Ethnic Arm Forces in Myanmar

“Civil Society Networks and academics submitted documents to State Security Committee and Border Affairs – Move Forward party leader as a member of the ASEAN Parliament, proposes 9 recommendations to address the humanitarian crisis of border refugees and refugees in urban areas.” On July 8, 2021, around 2:30 p.m., a network of civil society organizations … Continue reading Civil Society – Academics Accelerates the State to Solve Refugee Issues after the Daily Clashes Between the Myanmar Army and Ethnic Arm Forces in Myanmar

A Summary of the Situation and Recommendations: Humanitarian Relief and Addressing the problems of the people from Myanmar who have become Internally Displaced Person in Myanmar and Refugees in Thailand

Civil Society Working Group Monitoring Myanmar Refugee Issues A Summary of the Situation and Recommendations: Humanitarian Relief and Addressing the problems of the people from Myanmar[1] who have become Internally Displaced Person in Myanmar and Refugees[2] in Thailand 1. An overall figure of IDPs and the situation of refugees following the military coup in Myanmar … Continue reading A Summary of the Situation and Recommendations: Humanitarian Relief and Addressing the problems of the people from Myanmar who have become Internally Displaced Person in Myanmar and Refugees in Thailand

สรุปสถานการณ์และข้อเสนอแนะ: การดำเนินการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการจัดการปัญหาของประชาชนจากประเทศเมียนมาที่เป็นผู้พลัดถิ่นภายในประเทศเมียนมา และที่กลายมาเป็นผู้ลี้ภัยในประเทศไทย

คณะทำงานภาคประชาสังคมติดตามการแก้ไขปัญหาผู้ลี้ภัยจากประเทศเมียนมา สรุปสถานการณ์และข้อเสนอแนะ: การดำเนินการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และการจัดการปัญหาของประชาชนจากประเทศเมียนมา[1] ที่เป็นผู้พลัดถิ่นภายในประเทศเมียนมา และที่กลายมาเป็นผู้ลี้ภัย[2]ในประเทศไทย 1. ภาพรวมตัวเลขผู้พลัดถิ่นภายในประเทศและสถานการณ์ผู้ลี้ภัยภายหลังการรัฐประหารในเมียนมา ความขัดแย้งทางอาวุธในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา (ประเทศเมียนมา) การพยายามโจมตีพื้นที่กลุ่มชาติพันธ์ต่าง ๆ ของกองทัพเมียนมาภายหลังการก่อรัฐประหารวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 ได้ส่งผลให้มีประชาชนจำนวนมากมีความหวาดกลัวต่อภัยประหัตประหาร ต้องหนีภัยประหัตประหารและกลายเป็นผู้พลัดถิ่นภายในประเทศ (Internally Displaced Persons) และกลายมาเป็นผู้ลี้ภัย ในประเทศไทยจากรายงานล่าสุดสถานการณ์ฉุกเฉินในเมียนมา วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 (Myanmar Emergency Update as of 01 July 2021) โดยสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ระบุว่า ความรุนแรงและความไม่มั่นคงที่เกิดจากการสู้รบนับแต่ตั้งเหตุรัฐประหาร ส่งผลให้ประชาชนกว่า 211,000 คน กลายเป็นผู้พลัดถิ่นภายในประเทศเมียนมา โดยกระจายอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ ของรัฐคะฉิ่นราว 10,200 คน รัฐฉานมากกว่า 30,200 คน รัฐชินราว 10,000 คน[1] ทั้งนี้ จากข้อมูลล่าสุด … Continue reading สรุปสถานการณ์และข้อเสนอแนะ: การดำเนินการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการจัดการปัญหาของประชาชนจากประเทศเมียนมาที่เป็นผู้พลัดถิ่นภายในประเทศเมียนมา และที่กลายมาเป็นผู้ลี้ภัยในประเทศไทย

Tracing Sediment Starved Aquamarine Mekong with Scientific Evidences and Citizen Science

It has been two years, starting from the end of 2019 to early 2021, since we noticed the unusual aquamarine hue of the Mekong River, the freshwater algae bloom[1] and their adverse impacts on the Mekong ecosystems and fishing livelihoods of the Isan people in northeastern Thailand. Yet, we have not seen any formal statements … Continue reading Tracing Sediment Starved Aquamarine Mekong with Scientific Evidences and Citizen Science

Humanitarian Crisis, Western Front still Unsettled: Summary of New Wave of War Escaping Situation in Karen State

Teerachai Sanjaroenkijthaworn Map showing important places on the Thai-Myanmar border, Salween River, photo credit by Mymekong.org. It has been more than 2 months that people fleeing civil war from Karen State and some from Karenni State in Myanmar had to travel through forests, gorges and across rivers far from their residence, including those involuntarily growing … Continue reading Humanitarian Crisis, Western Front still Unsettled: Summary of New Wave of War Escaping Situation in Karen State

ประชาสังคม – นักวิชาการ ตามเร่งรัฐแก้ไขปัญหาผู้ลี้ภัย หลังเหตุการณ์ปะทะระหว่างกองทัพพม่ากับกองกำลังชาติพันธุ์ในเมียนมาระอุหนักรายวัน

"เครือข่ายภาคประชาสังคมและนักวิชาการยื่นเอกสารต่อ กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐ และกิจการชายแดนฯ - พิธา ในฐานะสมาชิกรัฐสภาอาเซียนเสนอ 9 ข้อ แก้ไขวิกฤตมนุษยธรรมผู้ลี้ภัยชายแดนและผู้ลีเภัยในเขตเมือง" 8 ก.ค. 2564 เวลาประมาณ 14.30 น. เครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคมและนักวิชาการในนามคณะทำงานภาคประชาสังคมติดตามการแก้ไขปัญหาผู้ลี้ภัยจากประเทศเมียนมาได้ยื่นเอกสารข้อเสนอแนะเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตมนุษยธรรมแก่ผู้พลัดถิ่นภายในประเทศและผู้ลี้ภัยในเขตเมืองจากประเทศเมียนมา ณ อาคารรัฐสภา (เกียกกาย) ต่อ พล.ต.ต. สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ และนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภาอาเซียนเพื่อสิทธิมนุษยชน (ASEAN Parliamentarians for Human Rights: APHR) ศ.สุริชัย หวันแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาสันติภาพและความขัดแย้ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การมายื่นเอกสารในครั้งนี้เป็นการมาเพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาด้านมนุษยธรรมต่อผู้ลี้ภัยชาวเมียนมาในเขตชายแดนไทยและผู้ลี้ภัยในเขตเมือง โดยก่อนหน้านี้ทางเครือข่ายฯ เคยยื่นจดหมายลักษณะนี้ไปแล้วหลายครั้งนับตั้งแต่เดือนเมษายนแต่ยังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ วิชัย จันทวาโร เจ้าหน้าที่มูลนิธิเสมสิกขาลัย ได้สรุปสถานการณ์ สภาพปัญหา และจำนวนผู้พลัดถิ่นภายในประเทศเมียนมาอันเกิดจากการสู้รบระหว่างกองทัพเมียนมาและกองกำลังชาติพันธุ์ โดยนับแต่มีการรัฐประหาร เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ว่าขณะนี้ทั่วประเทศเมียนมามีผู้พลัดถิ่นภายในประเทศเมียนมาแล้วกว่า … Continue reading ประชาสังคม – นักวิชาการ ตามเร่งรัฐแก้ไขปัญหาผู้ลี้ภัย หลังเหตุการณ์ปะทะระหว่างกองทัพพม่ากับกองกำลังชาติพันธุ์ในเมียนมาระอุหนักรายวัน

รายงานการศึกษา ย้อนรอยโขงใส ไร้ตะกอน

“ตะกอนแขวนลอยในแม่น้ำโขงทั้งสายหายไปเฉย ๆ ได้อย่างไร ?” ทั้งที่เมื่อแม่น้ำโขงไหลเข้าสู่ประเทศไทยที่อำเภอเชียงแสนยังมีความขุ่นมากจากตะกอนแขวนลอย แต่หลังจากที่ไหลเข้าสู่ประเทศลาวที่แก่งผาได อำเภอเวียงแก่น และไหลกลับสู่ชายแดนไทย-ลาวอีกครั้ง ที่อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลยนั้น น้ำโขงกลับใส ไร้ตะกอนเกือบจะโดยสิ้นเชิง หน่วยงานทั้งในประเทศไทย และองค์กรระดับภูมิภาค ที่รับผิดชอบโดยตรง ดูจะไม่อินังขังขอบ กับปรากฏการณ์นี้และผลกระทบต่อระบบนิเวศและชุมชนเท่าใดนัก เพราะยังคงกล่าวอ้างผลการศึกษาว่าน้ำโขงมีคุณภาพตามเกณฑ์ในระดับดีมาก ดังนั้น “ตะกอนแขวนลอยในแม่น้ำโขงทั้งสายหายไปเฉย ๆ ได้อย่างไร” จึงเป็นคำถามตั้งต้นของการพิสูจน์ปรากฏการที่ไม่ธรรมชาติ ของภาวะน้ำโขงใสไร้ตะกอน ด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์ที่ตรงไปตรงมาโดยประชาชนในพื้นที่ริมแม่น้ำโขง ทั้งหมด 6 จุด ร่วมไปกับการประยุกต์ข้อมูลที่วิเคราะห์มาจากรายงานของกรมทรัพยากรน้ำ และสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ คือ “โครงการศึกษาและติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดนจากโครงการไฟฟ้าพลังน้ำในแม่น้ำโขงสายประธาน”  จากหลักฐานเชิงประจักษ์ก่อนหน้านี้ ทั้งจากภาพถ่าย การสังเกตอย่างต่อเนื่องของคนในพื้นที่ และปรากฏการณ์ที่ผิดปกติของแม่น้ำ จึงเป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า การเปิดใช้งานเขื่อนไซยะบุรีอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งตั้งบนแม่น้ำโขงในแขวงไซยะบุรี ช่วงที่แม่น้ำโขงไหลเข้าสู่ประเทศลาว และห่างจากชายแดนไทยเหนืออำเภอเชียงคานประมาณ 200 กิโลเมตร ซึ่งเป็นช่วงเวลาของการเริ่มต้นฤดูหนาวของปี เป็นเหตุให้เกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และเกิดขึ้นในทันทีหลังการเปิดใช้งานเขื่อนไซยะบุรี คือ ปรากฏการณ์น้ำโขงใสไร้ตะกอน และการแพร่ระบาดของสาหร่ายในแม่น้ำโขงตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2562 ซึ่งพบได้ตลอดแนวแม่น้ำโขงที่เป็นพรมแดนไทย-ลาว … Continue reading รายงานการศึกษา ย้อนรอยโขงใส ไร้ตะกอน

วิกฤตมนุษยธรรม แนวรบด้านตะวันตกยังไม่สงบ: สรุปสถานการณ์การหนีภัยสงครามระลอกใหม่ในรัฐกะเหรี่ยง

เรียบเรียงโดย ธีระชัย ศาลเจริญกิจถาวร แผนที่แสดงสถานที่สำคัญต่าง ๆ บริเวณชายแดนไทย - เมียนมา แม่น้ำสาละวิน, เครดิตภาพโดย Mymekong.org รวมระยะเวลากว่าสองเดือนแล้วที่ประชาชนผู้อพยพหนีภัยการสู้รบจากรัฐกะเหรี่ยงและบางส่วนของรัฐคะเรนนี ในประเทศเมียนมา ต้องระหกระเหินเดินทางรอนแรมผ่านป่าเขา ชะง่อนผา ข้ามลำน้ำ พลัดพรากจากถิ่นที่อยู่ของตน รวมไปถึงในค่ายผู้อพยพอิตุท่าที่เปรียบได้กับชุมชนขนาดใหญ่ที่หลายคนเติบโตและใช้ชีวิตแม้ไม่ได้สมัครใจหลังจากที่ต้องหนีภัยสงครามการสู้รบกองทัพพม่าและกองกำลังปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง (Karen National Liberation Army: KNLA) กว่าเกือบ 3 ทศวรรษที่ผ่านมา หลังจากค่ายและสำนักงานใหญ่คือ มาเนอปลอว์ ของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยงถูกตีแตก หลายคนอาจต้องหนีมาตลอดชีวิตเพื่ออิสรภาพในระยะยาว รวมแล้วมากกว่า 70 ปี นับจากประเทศพม่าประกาศอิสรภาพ ปลดแอกจากการเป็นอาณานิคมของอังกฤษ หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งแม้พม่าจะมีเอกราช แต่นั่นเป็นสัญญาณของความขัดแย้งระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ กับกองทัพพม่าที่ต้องการปลดแอกจากการพยายามกระชับอำนาจ รวมทุกกลุ่มชาติพันธุ์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพม่าด้วยการใช้อำนาจทางการทหารอันดิบเถื่อน    รายงานฉบับย่อนี้เป็นการสรุปสถานการณ์การหนีภัยสงครามการสู้รบของประชาชนซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวกะเหรี่ยงจากประเทศเมียนมา ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม เป็นต้นมา จนถึงวันที่ 27 พฤษภาคม 2564 ซึ่งอาจไม่ได้เรียงลำดับเหตุการณ์อย่างชัดเจน แต่เป็นการนำเสนอตามรายประเด็นที่น่าสนใจ อย่างไรก็ตาม … Continue reading วิกฤตมนุษยธรรม แนวรบด้านตะวันตกยังไม่สงบ: สรุปสถานการณ์การหนีภัยสงครามระลอกใหม่ในรัฐกะเหรี่ยง