แม่น้ำโขง ลมหายใจแห่งสรรพชีวิต

ปาฐกถา "แม่น้ำโขง ลมหายใจแห่งสรรพชีวิต"ถูกกล่าวโดย ศ. ดร. ทวนทอง จุฑาเกตุ จากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี หนึ่งในองค์ปาฐกในงาน "ทิศทางการจัดการทรัพยากรลุ่มน้ำโขง จากงานวิจัยเชิงปฏิบัติการลุ่มน้ำโขง" เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2563 ณ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) นับเป็นปาฐกถาอันทรงพลังที่ฉายให้เห็นภาพที่ชัดเจนในเรื่องของการก่อกำเนิดชีวิตและความเป็นอยู่ของสิ่งมีชีวิตที่ถูกกำหนดและจัดรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างกันของสรรพสิ่งโดยแม่ที่ชื่อว่าแม่น้ำโขง โดยเฉพาะพืชพันธุ์ สัตว์ และผู้คน พร้อมไล่เเรียงให้เห็นปัญหาอย่างวิกฤตแม่น้ำโขงที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์และการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง เมื่อเทียบกับแม่น้ำทั่วโลก จะเห็นว่าแม่น้ำโขงเป็นหนึ่งในแม่น้ำที่ไหลจากบนลงล่าง ซึ่งผ่านเขตสภาพอากาศหลายเขต จึงมีความจำเพาะในความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตที่ค่อนข้างสูงกว่าแม่น้ำตามขวางที่ไหลจากซ้ายไปขวา ยกเว้นแม่น้ำแอมะซอน เพราะจริง ๆ แล้ว แม่น้ำหลักของโลกที่ไหลจากบนลงล่างมักมีความอุดมสมบูรณ์และมีความหลากหลาย โดยนักวิทยาศาสตร์มีข้อสรุปว่าทำไมแม่น้ำแอมะซอนที่ไหลจากซ้ายไปขวา ซึ่งสามารถตามอ่านจากงานวิจัยได้ แต่โดยทั่วไปแม่น้ำที่ไหลจากบนลงล่างจะมีความอุดมสมบูรณ์กว่า แล้วทำไมถึงสมบูรณ์ โดยทั่วไป แม่น้ำโขงมีความยาวเป็นอันดับ 10 ของโลก และมีความหลากหลายทางภูมิศาสตร์สูง ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกว้าง ๆ เราจะแบ่งเป็น 5-6 โซน โซนแรกจากทิเบตลงมาถึงเชียงแสนในบริเวณที่เป็นภูเขาสูงและเป็นหุบเขา จากเชียงแสนลงมาถึงเวียงจันทน์ก็เป็นลักษณะหุบเขา เป็นพื้นที่สูง หลังจากนั้นจากเวียงจันทน์ลงมาถึงปากเซหรือในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี เป็นพื้นที่ค่อนข้างราบ แม่น้ำขยาย มีความอุดมบูรณ์ของสิ่งมีชีวิตเยอะ และจากปากเซไปจนถึงจังหวัดกระเจะ ทางตอนเหนือของประเทศกัมพูชา … Continue reading แม่น้ำโขง ลมหายใจแห่งสรรพชีวิต

Thailand’s politics of power reserve to become the Asian battery shop and the ‘Take or Pay’ cost

Some media agencies have presented last week a research of the University of Hong Kong named ‘Circuits of power: Environmental injustice from Bangkok’s shopping malls to Laos’ hydropower dams’ which illustrated the prosperity of Bangkok with many giant shopping malls and enormous electricity consumption of city people who might not even care of where such … Continue reading Thailand’s politics of power reserve to become the Asian battery shop and the ‘Take or Pay’ cost

27 Years of Mekong Politics

A war trap between China and America on the day that the wound of the Mekong River remains chronic. There is probably no other moments in the long history of the Chinese Embassy in Thailand where it has to issue the statements via social media denying the accusation of causing radical changes in the Mekong … Continue reading 27 Years of Mekong Politics

27 ปีของเกมการเมืองแม่น้ำโขง

กับดักสงครามระหว่างจีนและอเมริกาในวันที่บาดแผลแม่น้ำโขงยังเรื้อรัง————————————————————————————— คงไม่มีช่วงเวลาไหนในประวัติศาสตร์อันยาวนานของสถานเอกอัครราชฑูตจีนประจำประเทศไทย ที่ต้องออกถ้อยแถลงผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อปฏิเสธข้อกล่าวหาในการเป็นต้นเหตุของการเปลี่ยนแปลงการไหลของน้ำโขงอย่างสุดขั้วในลักษณะ “ท่วมหน้าแล้ง แห้งหน้าฝน” ตั้งแต่ปี 2562 และต่อเนื่องจนถึงต้นปี 2563 จากสาเหตุที่เขื่อนจินหงลดการระบายน้ำ จนเกิดภาวะน้ำโขงแห้งมาตลอดหลายเดือนนี้ เป็นการออกถ้อยแถลงที่ “เรียกแขก” จนทำให้ “หัวบันไดไม่แห้ง” เลยทีเดียว เรียงตามช่วงวันเวลา คือ วันที่ 5 กรกฎาคม 2562, วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563, วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563, วันที่ 2 มีนาคม 2563 วันที่ 24, 25, 27 และ 28 เมษายน 2563 โดยสถานฑูตจีน พยายามหักล้างข้อวิจารณ์ โดยใช้วาทกรรมหลักเพื่อแก้ต่าง ดังนี้ ปริมาณน้ำจากจีนมีสัดส่วนเพียง 13.5%, การระบายน้ำเพิ่มในฤดูแล้งเพื่อการชลประทาน, การลดการระบายน้ำในหน้าฝน เพื่อลดความเสียหายจากการเกิดอุทกภัย รวมถึงการใช้วาทกรรม “เพื่อสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงามแก่ประชาชนในภูมิภาค เพื่อความร่วมมืออันดีในอนุภูมิภาคฯ” … Continue reading 27 ปีของเกมการเมืองแม่น้ำโขง

คุยกับมิน ลัต สนทนาตัวตนคนทวายในชุมชนตลาด อ.ต.ก. และผลกระทบ(มาตรการ)โควิดต่อแรงงานข้ามชาติชาวทวาย

สัมภาษณ์โดย วิชัย จันทวาโร เรียบเรียงและภาพถ่ายโดย ธีระชัย ศาลเจริญกิจถาวร สัมภาษณ์เมื่อพฤษภาคม 2563   ข้ามคลองบางซื่อจากหลังตลาดองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) โดยเรือลากไฟเบอร์ลำน้อยบรรจุคนได้ราว 5 - 6 คน ต่อครั้ง ด้วยค่าโดยสารราคาคนละ 3 บาท ปรากฏที่ตั้งของชุมชนวัดไผ่ตัน ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นชุมชนที่ประชากรหลายชาติพันธุ์อาศัยอยู่ร่วมกันทั้งชาวไทย พม่า มอญ และกะเหรี่ยง แต่แรงงานข้ามชาติที่อาศัยอยู่ในชุมชนนี้มากที่สุดดูท่าจะเป็นแรงงานชาวทวาย ที่พากันมาตั้งถิ่นฐานชั่วคราวอยู่ที่นี่กว่า 200 คน หลายคนใช้เวลากว่าครึ่งชีวิตของพวกเขาอยู่ที่นี่ ครั้งนี้ทีมงานเสมสิกขาลัยและ The Mekong Butterfly นัดแนะกันมาเยี่ยมเยียนมิตรสหายแรงงานข้ามชาติชาวทวายจากประเทศเมียนมา ถามไถ่ถึงสารทุกข์สุกดิบและความเป็นอยู่ของพวกเขา รวมถึงหนทางข้างหน้าว่าจะเอาอย่างไรกันต่อกับสถานการณ์แบบนี้ เรามีโอกาสได้พูดคุยกับปิ๊บ หรือ มิน ลัต (Min Latt) หนุ่มชาวทวายวัย 33 ปี อีกครั้ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ เราได้ประสานงานกับเขาในการเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญของชุมชนที่นี่เพื่อคอยจัดการเรื่องของบริจาคทั้งของสด ของแห้ง และเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นที่จะเข้ามาสนับสนุนและเยียวยาพี่น้องในชุมชนวัดไผ่ตัน ทั้งชาวทวาย ชาวไทย ชาวพม่า ชาวมอญ … Continue reading คุยกับมิน ลัต สนทนาตัวตนคนทวายในชุมชนตลาด อ.ต.ก. และผลกระทบ(มาตรการ)โควิดต่อแรงงานข้ามชาติชาวทวาย

การเมืองของกำลังไฟฟ้าสำรองสู่การเป็นร้านขายแบตเตอรี่แห่งเอเชียของไทย และค่าความไม่พร้อมก็ต้องจ่าย

ธีระชัย ศาลเจริญกิจถาวร   เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สื่อมวลชนบางสำนักได้นำเสนองานวิจัยของมหาวิทยาลัยฮ่องกงภายใต้ชื่อ "วงจรแห่งพลังงาน: ความไม่เป็นธรรมทางสิ่งแวดล้อมจากห้างสรรพสินค้าในกรุงเทพฯ ถึงเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำของลาว" (Circuits of power: Environmental injustice from Bangkok’s shopping malls to Laos’ hydropower dams') ที่ชี้ให้เห็นว่าความเจริญรุ่งเรืองของกรุงเทพฯ ที่มีห้างสรรพสินค้ายักษ์ใหญ่จำนวนมากที่มีการบริโภคไฟฟ้าอย่างมหาศาล และการใช้ไฟฟ้าของผู้คนในเมืองที่ก็อาจจะไม่ได้สนใจเลยว่าไฟฟ้าเหล่านี้มาจากไหน และสร้างผลกระทบอะไรให้ใครบ้างรายงานชิ้นนี้ชี้ว่าความมั่นคงของพลังงานไฟฟ้าของเมืองไทยนั้นส่วนหนึ่งได้มาจากการนำเข้าไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้าน หนึ่งในแหล่งที่มาหลักก็คือ เขื่อนไฟฟ้าในลาวที่มีนักลงทุนต่างชาติโดยเฉพาะนักลงทุนไทยเข้าไปสร้างเขื่อน แน่ละ เพราะไม่มีใครเห็นว่าตัวเลขไฟฟ้าบนหน้าปัดมิเตอร์ไฟฟ้าหน้าบ้าน หรือแม้กระทั่งบิลค่าไฟฟ้ารายเดือนได้ชี้แจงให้เห็นว่าไฟฟ้าที่ได้มาจากไหน และตัวมันเองก็คงบอกไม่ได้ เมื่อเข้าไปสู่ระบบโครงข่ายไฟฟ้าของรัฐวิสาหกิจต่างๆ ที่ดูแลเรื่องไฟฟ้าแล้ว งานวิจัยของมหาวิทยาลัยฮ่องกงดังกล่าวช่วยให้เราตระหนักได้ว่าไฟฟ้าที่เราใช้นั้นสร้างผลกระทบอะไรต่อสภาพแวดล้อมและวิถีชีวิตของคนอื่นได้บ้าง เพราะไม่มีอะไรได้มาฟรี ๆ นอกจากต้นทุนชีวิตของทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม และชีวิตผู้คนแล้ว ใกล้ตัวสุดก็คงเป็นค่าไฟนี่แหละที่อาจทำให้เราคนไทยผู้ใช้ไฟเข้าใจมากขึ้น และถ้าเราไม่ได้อ่านแผนพัฒนาพลังงานไฟฟ้าหรือ PDP กันอย่างจริงจังก็จะไม่รู้ว่า จริง ๆ แล้วประเทศไทยไม่จำเป็นต้องนำเข้าไฟฟ้าหรือสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มแต่อย่างใด นั่นก็เพราะไทยมีกำลังไฟฟ้าสำรองล้นเกินอยู่ในระบบเป็นจำนวนมาก   กำลังการผลิตไฟฟ้าสำรองที่ล้นเกินและราคาที่ต้องจ่าย เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2563 โปรเจกเสวนาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Project SEVANA … Continue reading การเมืองของกำลังไฟฟ้าสำรองสู่การเป็นร้านขายแบตเตอรี่แห่งเอเชียของไทย และค่าความไม่พร้อมก็ต้องจ่าย

Tavoyan labors in Thailand and their encounter with the protective measures against the spread of COVID-19  

Teerachai Sanjaroenkijthaworn   It has been over a month that Chatuchak Weekend Market; JJ Plaza and other shopping malls as well as activities which may result in large gatherings of people were closed and postponed after the announcement of the first Thailand semi-lockdown in Bangkok since 22 March 2020. Together with the Cabinet’s promulgation of … Continue reading Tavoyan labors in Thailand and their encounter with the protective measures against the spread of COVID-19  

Talking to volunteer lawyer – lesson learned from legal battle in Myanmar, the case of Heinda Tin Mine

Teerachai Sanjaroenkijthaworn   On 7 January 2020, a Thai mining firm operating the Heinda Tin Mine since 1999 lost a lawsuit in Dawei District Court sued by Saw Dah Shwe, a villager from Kin Baung Chau. He had filed such lawsuit in the Dawei Court in 2013 as he was affected by the Heinda Tin … Continue reading Talking to volunteer lawyer – lesson learned from legal battle in Myanmar, the case of Heinda Tin Mine

แรงงานทวายในไทยกับการเผชิญภัยจากมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด 19 

ธีระชัย ศาลเจริญกิจถาวร   เป็นเวลากว่าหนึ่งเดือนเต็ม ๆ ที่ตลาดนัดจตุจักร ห้างสรรพสินค้าอย่าง JJ Plaza และห้างสรรพสินค้าอื่น ๆ ตลอดจนกิจกรรมที่อาจส่งผลให้เกิดการรวมตัวขนาดใหญ่ของผู้คนถูกประกาศปิดและเลื่อนออกไปหลังจากที่มาตรการกึ่งปิดเมืองถูกนำมาใช้กับกรุงเทพฯ เป็นที่แรกในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม และการประกาศใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินของคณะรัฐมนตรี  ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ชะงักงันเป็นอัมพาตไปชั่วขณะ แม้ร้านค้า ร้านอาหารยังคงเปิดได้ตามปกติในหลายจุด แต่บรรยากาศโดยรวมค่อนข้างเงียบเหงา ทันทีที่มาตรการดังกล่าวมีผล แรงงาน ลูกจ้างรายวัน ก็อยู่ในสถานะว่างงานชั่วคราวทันที แรงงานชาวเมียนมา โดยเฉพาะชาวทวายที่ส่วนใหญ่ทำงานอยู่ในพื้นที่ห้างสรรพสินค้าและตลาดนัดจตุจักร และพื้นที่ใกล้เคียง ที่อยู่ในภาคการค้าและบริการก็ยิ่งได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน จากการประเมินขององค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (International Organization for Migration: IOM) วิกฤตโควิด 19 ทำให้แรงงานข้ามชาติราว 150,000-200,000 คน จากประเทศกัมพูชา  ลาว เมียนมา และเวียดนาม ตกงานทันที แรงงานชาวทวายก็ดูจะเป็นหนึ่งในจำนวนที่จะต้องเผชิญสภาวะดังกล่าว มาตรการกึ่งปิดเมือง เพื่อตัดวงจรการพบปะสัญจรของผู้คนเป็นวิธีการแก้ไขปัญหาเพื่อยังยั้งการแพร่ระบาดของเชื่อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ อันก่อให้เกิดโรคโควิด 19 ซึ่งมีการแพร่ระบาดอย่างหนักและส่งผลกระทบไปทั่วโลก แต่ดูเหมือนว่าจะเป็นมาตรการที่ให้ความสำคัญกับการรักษาสุขภาพของประชาชนเป็นหลัก … Continue reading แรงงานทวายในไทยกับการเผชิญภัยจากมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด 19 

คุยกับทนายอาสา – ถอดบทเรียนการต่อสู้ตามช่องทางทางกฎหมายในเมียนมา กรณี เหมืองแร่ดีบุกเฮงดา

ธีระชัย ศาลเจริญกิจถาวร เมื่อวันที่ 7 มกราคม ที่ผ่านมา บริษัทเหมืองแร่ดีบุก ซึ่งเป็นบริษัทของนักธุรกิจไทยที่เข้าไปดำเนินกิจการเหมืองแร่ดีบุกเฮงดา ตั้งแต่ปี 2542 แพ้คดีในศาลชั้นต้นเมืองทวาย ต่อนาย ซอ ดา เชว (Saw Dah Shwe) ชาวบ้านหมู่บ้านกะบันเชาว์ (Kin Baung Chaung)ซึ่งได้ฟ้องร้องคดีต่อศาลเมืองทวายว่า ในปี 2556 เขาได้รับผลกระทบจากการที่เหมืองเฮงดา เหมืองแร่ดีบุกซึ่งตั้งอยู่ใกล้บ้านและพื้นที่สวนของเขานั้นปล่อยน้ำเสียและกากตะกอนหางแร่จากการทำเหมืองแบบเปิดของบริษัท ลงมาตามลำน้ำ ทำให้ ต้นไม้และพันธุ์พืชของเขาเสียหายอย่างมาก โดยศาลมีคำตัดสินให้ทางบริษัทชดใช้ค่าเสียหายต่อนายซอ ดา เชว จำนวน จ่ายค่าชดเชยเป็นเงินจำนวน 114,800,000 จั๊ต (หรือราว 2,400,000 บาท) ความสำเร็จ (แม้จะในระดับศาลชั้นต้น) ในการชนะคดีของนายซอ ดา เชว ในครั้งนี้ นำมาซึ่งการขบคิดถึงการต่อสู้ในกระบวนการทางกฎหมายของประชาชนในประเทศเมียนมา ต่อการถูกละเมิดโดยบริษัทจากต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในประเทศและสร้างความเสียหายในทางทรัพย์สินและสิ่งแวดล้อม The Mekong Butterfly และเสมสิกขาลัย ได้มีโอกาสนทนาและถอดบทเรียนการต่อสู้ทางคดีในกรณีเหมืองเฮงดาต่อทนายซอว์ (นามสมมติ) และตัวแทนองค์กรภาคประชาสังคมแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ให้การสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายและการฟ้องร้องคดีต่อศาลให้กับชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากการดำเนินการของบริษัท … Continue reading คุยกับทนายอาสา – ถอดบทเรียนการต่อสู้ตามช่องทางทางกฎหมายในเมียนมา กรณี เหมืองแร่ดีบุกเฮงดา