“ตะกอนแขวนลอยในแม่น้ำโขงทั้งสายหายไปเฉย ๆ ได้อย่างไร ?”

ทั้งที่เมื่อแม่น้ำโขงไหลเข้าสู่ประเทศไทยที่อำเภอเชียงแสนยังมีความขุ่นมากจากตะกอนแขวนลอย แต่หลังจากที่ไหลเข้าสู่ประเทศลาวที่แก่งผาได อำเภอเวียงแก่น และไหลกลับสู่ชายแดนไทย-ลาวอีกครั้ง ที่อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลยนั้น น้ำโขงกลับใส ไร้ตะกอนเกือบจะโดยสิ้นเชิง หน่วยงานทั้งในประเทศไทย และองค์กรระดับภูมิภาค ที่รับผิดชอบโดยตรง ดูจะไม่อินังขังขอบ กับปรากฏการณ์นี้และผลกระทบต่อระบบนิเวศและชุมชนเท่าใดนัก เพราะยังคงกล่าวอ้างผลการศึกษาว่าน้ำโขงมีคุณภาพตามเกณฑ์ในระดับดีมาก

ดังนั้น “ตะกอนแขวนลอยในแม่น้ำโขงทั้งสายหายไปเฉย ๆ ได้อย่างไร” จึงเป็นคำถามตั้งต้นของการพิสูจน์ปรากฏการที่ไม่ธรรมชาติ ของภาวะน้ำโขงใสไร้ตะกอน ด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์ที่ตรงไปตรงมาโดยประชาชนในพื้นที่ริมแม่น้ำโขง ทั้งหมด 6 จุด ร่วมไปกับการประยุกต์ข้อมูลที่วิเคราะห์มาจากรายงานของกรมทรัพยากรน้ำ และสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ คือ “โครงการศึกษาและติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดนจากโครงการไฟฟ้าพลังน้ำในแม่น้ำโขงสายประธาน” 

จากหลักฐานเชิงประจักษ์ก่อนหน้านี้ ทั้งจากภาพถ่าย การสังเกตอย่างต่อเนื่องของคนในพื้นที่ และปรากฏการณ์ที่ผิดปกติของแม่น้ำ จึงเป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า การเปิดใช้งานเขื่อนไซยะบุรีอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งตั้งบนแม่น้ำโขงในแขวงไซยะบุรี ช่วงที่แม่น้ำโขงไหลเข้าสู่ประเทศลาว และห่างจากชายแดนไทยเหนืออำเภอเชียงคานประมาณ 200 กิโลเมตร ซึ่งเป็นช่วงเวลาของการเริ่มต้นฤดูหนาวของปี เป็นเหตุให้เกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และเกิดขึ้นในทันทีหลังการเปิดใช้งานเขื่อนไซยะบุรี คือ ปรากฏการณ์น้ำโขงใสไร้ตะกอน และการแพร่ระบาดของสาหร่ายในแม่น้ำโขงตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2562 ซึ่งพบได้ตลอดแนวแม่น้ำโขงที่เป็นพรมแดนไทย-ลาว ของภาคอีสาน โดยปกติแล้วปรากฏการณ์ทั้งหมดนี้ จะเกิดขึ้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน อันเป็นช่วงที่น้ำโขงมีปริมาณน้อยที่สุดในรอบปี และปรากฏการณ์นี้ ได้เกิดขึ้นซ้ำอีกครั้งในช่วงเวลาเดียวกันของปี 2563 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2564 ดังนั้นเขื่อนไซยะบุรีมีความเกี่ยวข้องอย่างไรกับปรากฏการณ์น้ำโขงใส ไร้ตะกอน จึงเป็นคำถามที่ชุมชนและสังคมต้องได้ค้นหาคำตอบ

ความริเริ่มในการตรวจสอบข้อมูลและการติดตามปริมาณตะกอนโดยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของชาวบ้าน จึงได้เป็นรูปร่างขึ้นในการประชุมจัดตั้งเครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำโขง ที่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 2-3 ธันวาคม 2563 ด้วยความร่วมมือของเครือข่ายทีมวิจัยชุมชน ภายใต้สมาคมเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนลุ่มน้ำโขง 7 จังหวัดภาคอีสาน (คสข.), กลุ่มรักษ์เชียงของ และกลุ่มเสรีภาพแม่น้ำโขง โดยใช้ระบบการตรวจวัดความขุ่นของน้ำโขงโดยใช้กระบอกวัดความขุ่น (เส้นผ่านศูนย์กลาง 2 นิ้ว ยาว 120 เซนติเมตร) และแผ่นวัดความขุ่น (Secchi Disk) โดยมีจุดตรวจวัดความขุ่นรวม 6 จุด ตามตารางนี้

ลำดับจุดวัดความขุ่นจังหวัด
1โฮงเฮียนน้ำของอ.เชียงของ จ.เชียงราย
2บ้านปากชม หมู่ 10อ.ปากชม จ.เลย
3บ้านศรีเวินไชย (แม่น้ำสงคราม)อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม
4บ้านนาทามอ.ธาตุพนม จ.นครพนม
5บ้านโคกสารท่าอ.ชานุมาน จ.อำนาจเจริญ
6บ้านสำโรงอ.โพธิ์ไทร จ.อุบลราชธานี

ตัวอย่างผลการตรวจวัดที่แสดงให้เห็นความต่างของความขุ่น/ความใสของแม่น้ำโขงขัดเจน เช่นผลวัดในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม 2564 ความขุ่นของน้ำโขงลดลงอย่างเห็นได้ชัดเจน จาก โฮงเฮียนน้ำของ มีค่าความขุ่น 79 เซนติเมตร เมื่อตรวจวัดด้านท้ายเขื่อนไซยะบุรี ตั้งแต่บ้านปากชม หมู่ 10 จนถึงบ้านสำโรง มีค่ามากกว่า 120 เซนติเมตรทุกสถานี และความขุ่นของน้ำโขงที่สถานีสำโรง วัดด้วยแผ่นเหล็ก มีค่าเท่ากับ 177, 233 และ 150 เซนติเมตรตามลำดับ

จะพบว่าท้ายเขื่อนไซยะบุรีแม่น้ำโขงเริ่มมีความใสขึ้น (ตะกอนลดลง) ตามตัวเลขที่มาก คือราว 120-180 เซ็นติเมตร (เลขยิ่งมาก น้ำยิ่งใส) โดยเฉพาะในจังหวัดอุบลราชธานี เมื่อเทียบกับพื้นที่เหนือเขื่อนไซยะบุรี คือที่จุดวัดอ.เชียงของ จ.เชียงราย ที่ความใสอยู่ที่ระดับ 79 เซ็นติเมตร ซึ่งมีค่าต่างกันเกินหนึ่งเท่าตัว

ตัวอย่างอุปกรณ์ที่ใช้วัด คือท่อใส และแผ่นเหล็ก

การวัดด้วยท่อใสโดยการใส่น้ำโขงลงไปในท่อ แล้วค่อย ๆ ใส่น้ำจนกว่าจะส่องที่ก้นท่อแล้วมองไม่เห็นสัญลักษณ์
รูปนี้น้ำโขงใสมากจนเกินความยาวท่อ ไม่อาจวัดค่าได้ 8 มีนาคม 2564 บ้านโคกสารท่า จ.อำนาจเจริญ

น้ำโขงที่อ.เชียงของ จ.เชียงราย (เหนือเขื่อนไซยะบุรี) วันที่ 15 มิถุนายน 2564
มีความขุ่นมาก วัดได้ราว 5 เซ็นติเมตร
การวัดความขุ่นด้วยแผ่นเหล็ก ที่บ้านสำโรง จ.อุบลราชธานี

The Mekong Butterfly จึงชวนทุกท่านอ่านรายงาน
ย้อนรอย โขงใส ไร้ตะกอน ด้วยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ชาวบ้าน”[1]

ที่เราได้รวบรวมข้อมูลการบันทึกโดยชาวบ้านทั้ง 6 พื้นที่ และนำมาประมวลผลเป็นกราฟอย่างง่าย สำหรับผู้สนใจติดตามประเด็นน้ำโขงใส ไร้ตะกอน และการระบาดของสาหร่ายแม่น้ำโขง[2] ที่เกิดขึ้นจนผ่านมา 2 ปีแล้ว หลังเขื่อนไซยะบุรีเปิดทำการ จากปลายปี 2562 ถึงต้นปี 2564 ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบนิเวศแม่น้ำโขง และวิถีการประมงของชุมชนตลอดลำน้ำโขงในภาคอีสานของประเทศไทย แต่หน่วยงานที่รับผิดชอบในเรื่องแม่น้ำโขงโดยตรง คือ สำนักงานคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ยังกล่าวถึงปัญหานี้ว่า

“อยู่ในเกณฑ์ปกติที่ไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำและระบบนิเวศ ทั้งนี้ คุณภาพน้ำในแม่น้ำโขง อยู่ในเกณฑ์ปกติ ยกเว้นตะกอนแขวนลอยซึ่งลดลงมาก และคาดการณ์ว่าเมื่อเข้าสู่ภาวะช่วงหน้าน้ำในปีนี้ คุณภาพน้ำในด้านตะกอนแขวนลอยจะเพิ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติ”[3]

คำกล่าวเช่นนี้ของหน่วยงานประหนึ่งว่าตะกอนที่หายไปของแม่น้ำโขงเป็นเรื่องปกติสามัญ และแสดงความไม่อินังขังขอบต่อความกังวลของประชาชนและวิกฤติทางสิ่งแวดล้อมอย่างถึงที่สุด นี่เองคือส่วนหนึ่งของที่มาที่ประชาชนต้องร่วมหาทางพิสูจน์และยืนยันกลับไปแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องปกติสามัญ และเป็นเรื่องที่ทุกฝ่าย ทั้งหน่วยงานและผู้เกี่ยวข้องโครงการเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำในแม่น้ำโขงทุกแห่ง โดยเฉพาะเขื่อนไซยะบุรี ต้องยอมรับว่าปัญหามีอยู่จริงโดยไม่ปัดความรับผิดชอบ และแสดงความรับผิดชอบโดยเร็ว

>>อ่านรายงานฉบับเต็มได้ที่ คลิก



[1] มนตรี จันทวงศ์ และ ชนาง อำภารักษ์ กลุ่มเสรีภาพแม่น้ำโขง, มิถุนายน 2564

[2] ครั้งแรกเกิดระหว่าง เดือนพฤศจิกายน 2562 ถึง เดือนเมษายน 2563 และครั้งที่สองเกิดระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2563 ถึงเดือนเมษายน 2564

[3] ข่าว สทนช. 25 มีนาคม 2563, https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/872560

[4] https://www.mrcmekong.org/news-and-events/news/mekong-rivers-aquamarine-hue-likely-to-occur-elsewhere-due-to-low-flows-bringing-possible-risks/

[5] https://www.mrcmekong.org/news-and-events/news/pr002-12022021/

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s