เครือข่ายภาคประชาสังคมข้ามพรมแดนไทย-เมียนมา ออกแถลงการณ์กรณีบริษัทเหมืองแร่ไทยในเมียนมา แจ้งความดำเนินคดีต่อบรรณาธิการสำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews) โดยเรียกร้องให้อัยการจังหวัดนครปฐมมีคำสั่งไม่ฟ้อง เพื่อเป็นการยืนยันและสนับสนุนเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น

แถลงการณ์ดังกล่าว ระบุว่า เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2563 พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม ได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหาครั้งที่ 1 ถึง นายปรัชญ์ รุจิวนารมย์ ในฐานะบรรณาธิการสำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews) ในขณะนั้น โดยในหมายเรียกดังกล่าวระบุว่า นายเกรียงไกร ชวาลตันพิพัทธ์ เป็นผู้กล่าวหา และมีบรรณาธิการสำนักข่าวสิ่งแวดล้อม ถูกกล่าวหาว่าหมิ่นประมาทผู้อื่นด้วยการโฆษณา จึงส่งหมายเรียกให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาที่ สภ.ตำรวจภูธรเมืองนครปฐม 

จากนั้น นายปรัชญ์ รุจิวนารมย์ พร้อมด้วยทนายความได้เดินทางไปพบเจ้าพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครปฐม ตามการนัดหมายอีกหลายครั้ง รวมทั้งสิ้น 4 ครั้ง จนเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2564 เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสอบสวน สภ.เมืองนครปฐม นัดส่งสำนวนฟ้องต่ออัยการ ณ สำนักงานอัยการ จังหวัดนครปฐม โดยในเวลาต่อมาทางผู้ถูกกล่าวหาจะดำเนินการทำหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการ เพื่อให้มีการสั่งไม่ฟ้องในคดีดังกล่าวต่อศาล และให้ทางอัยการทำการสอบสวนพยานและส่งเอกสารข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมต่อไป โดยทางอัยการจังหวัดนครปฐม นัดรายงานตัวในวันที่ 11 ตุลาคม 2564 ณ สำนักงานอัยการจังหวัดนครปฐม

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2564 นางสาวเฉลิมศรี ประเสริฐศรี ทนายความของ นายปรัชญ์ รุจิวนารมย์ แจ้งว่าทางอัยการจังหวัดนครปฐมได้มีคำสั่งจะฟ้องคดีต่อศาลจังหวัดนครปฐมในวันที่ 27 ตุลาคม 2564 ในการนี้ นายปรัชญ์ต้องเตรียมหลักทรัพย์เพื่อประกันตัวในชั้นศาล 20,000 บาท โดยสาเหตุที่มีคำสั่งฟ้องรวดเร็ว เนื่องจากผู้เสียหายคือ นายเกรียงไกร ชวาลตันพิพัทธ์ ดำเนินการเร่งรัดในการดำเนินคดี

“เครือข่ายภาคประชาสังคมข้ามพรมแดนไทย-เมียนมา ทราบว่า นายเกรียงไกร ชวาลตันพิพัทธ์ ผู้กล่าวหาในคดีนี้ เป็นตัวแทนของ บริษัท เมียนมาร์ พงษ์พิพัทธ์ จำกัด โดยการถูกออกหมายเรียกของบรรณาธิการสำนักข่าวสิ่งแวดล้อมครั้งนี้ สืบเนื่องจากเว็บไซต์ของสำนักข่าวสิ่งแวดล้อมได้มีการนำเสนอบทความเรื่อง ‘ศาลพม่าสั่งบริษัทเหมืองแร่ไทยชดใช้ชาวบ้านทวาย 2.4 ล้านบาท เหตุเหมืองดีบุกทำสิ่งแวดล้อมพัง’ เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2563 โดยเนื้อหาของข่าวดังกล่าวอ้างถึงคำพิพากษาศาลชั้นต้นเมืองทวายที่พิพากษาให้ บริษัท เมียนมาร์ พงษ์พิพัทธ์ จำกัด จ่ายค่าชดเชยแก่ นายซอ ดา เชว (Saw Dah Shwe) ชาวบ้านหมู่บ้านกะบันเชาว์ ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ใกล้พื้นที่เหมือง เป็นเงินจำนวน 114,800,000 จ๊าต (ประมาณ 76,533 เหรียญสหรัฐ หรือราว 2,400,000 บาท) เนื่องจากก่อนหน้านี้ในปี 2558 นายซอ ดา เชว ได้ฟ้องคดีต่อศาลทวาย เรียกร้องให้บริษัทฯ ชดเชยความเสียหายที่เกิดต่อทรัพย์สิน โดยเรียกร้องค่าเสียหายสำหรับต้นหมากที่ล้มตายจำนวน 882 ต้น อันเนื่องมาจากการประกอบกิจการเหมืองแร่ของบริษัทได้ส่งผลให้น้ำและกากหางแร่จากเหมืองไหลลงมาท่วม และสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินและสิ่งแวดล้อมเป็นวงกว้าง

“ในฐานะเครือข่ายภาคประชาสังคมข้ามพรมแดนไทย-เมียนมา ที่ทำงานติดตามการลงทุนข้ามพรมแดนที่กระทบต่อสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อม เห็นว่า เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของสื่อมวลชน ได้รับการรับรองไว้ทั้งภายใต้กฎหมายภายใน คือ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 35 ที่บัญญัติว่า “บุคคลซึ่งประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนย่อมมีเสรีภาพในการเสนอข่าวสารหรือการแสดงความคิดเห็นตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพ” และยังรับรองโดยกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ได้แก่ ข้อ 19 แห่งปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (Universal Declaration of Human Rights: UDHR) และข้อ 19 แห่งกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights: ICCPR) ซึ่งไทยเป็นรัฐภาคี การจำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นจะกระทำได้ก็ต่อเมื่อมีกฎหมายบัญญัติไว้ และให้ทำโดยได้สัดส่วนและจำเป็นเพื่อบรรลุเป้าประสงค์ที่ชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้น การเอาผิดทางอาญาต่อการใช้เสรีภาพในการแสดงออกแสดงความคิดเห็นโดยเฉพาะต่อสื่อมวลชนนั้น เป็นการสร้างความหวาดกลัวสำหรับสื่อมวลชนและนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ซึ่งการรายงานข่าวทั้งในประเด็นสิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชน ล้วนมีความสำคัญต่อการปกป้องประโยชน์สาธารณะทั้งสิ้น

“นอกจากนั้นแล้ว เรามีความกังวลต่อการใช้กฎหมายหมิ่นประมาททางอาญา เพื่อจำกัดสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออกเพื่อข่มขู่นักปกป้องสิทธิมนุษยชนและผู้สื่อข่าว เราขอประณามการใช้กฎหมายหมิ่นประมาทเพื่อข่มขู่ผู้สื่อข่าวและชุมชนที่ได้รับผลกระทบ การกระทำดังกล่าวถือเป็นการใช้ยุทธศาสตร์ในการฟ้องคดีเพื่อปิดกั้นการมีส่วนร่วมหรือแสดงความคิดเห็นของประชาชน หรือที่เรียกว่า Strategic Lawsuit Against Public Participation (SLAPP)

“เราขอเรียกร้องให้อัยการจังหวัดนครปฐมมีคำสั่งไม่ฟ้องต่อ นายปรัชญ์ รุจิวนารมย์ บรรณาธิการสำนักข่าวสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นการยืนยันและสนับสนุนเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และการนำเสนอข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและตรวจสอบได้ และให้เกิดการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนอื่นๆ ซึ่งประเทศไทยและสาธารณชนจะได้รับประโยชน์ก็ต่อเมื่อนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ผู้สื่อข่าว และสื่อมวลชน ได้รับความคุ้มครองให้ปฏิบัติหน้าที่ตามวิชาชีพของตนอย่างสงบและสามารถทำงานโดยไม่เกรงกลัวต่อการข่มขู่หรือการคุกคามโดยใช้กระบวนการยุติธรรม

“กรณีดังกล่าวยังมีความเกี่ยวข้องกับการลงทุนข้ามพรมแดนที่มีผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อม เราจึงขอเรียกร้องไปยังบริษัท รัฐบาลไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจและส่งเสริมธุรกิจไม่ให้มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนในทุกกระบวนการ โดยยึดแนวทางตามหลักการชี้แนะแห่งสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (UN Guiding Principles on Business and Human Rights: UNGPs) ที่มีหลักการสำคัญ 3 ประการ คือ คุ้มครอง (Protect) เคารพ (Respect) และเยียวยา (Remedies) อย่างจริงจัง และปฏิบัติการตามแผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (National Action Plan on Business and Human Rights: NAP) ระยะที่ 1 (พ.ศ. 2562-2565) ซึ่งประเทศไทยถือเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียที่มีการจัดทำแผนปฏิบัติการฯ และประกาศใช้อย่างเป็นทางการ ที่ได้ระบุถึงมาตรการเพื่อป้องกันการดำเนินคดีเชิงยุทธศาสตร์เพื่อระงับการมีส่วนร่วมของสาธารณชน และกำหนดมาตรการเกี่ยวกับการลงทุนข้ามพรมแดนของภาคธุรกิจจากประเทศไทยที่จะไม่ก่อให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศที่ไปลงทุนไว้ด้วย

“สุดท้ายนี้ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทางบริษัท ภาคธุรกิจ และภาครัฐ จะตอบสนองต่อข้อเรียกร้อง ไม่คุกคามนักปกป้องสิทธิมนุษยชน และสื่อมวลชน โดยอาศัยช่องโหว่ทางกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมในการปิดกั้นสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการนำเสนอข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน รวมทั้งให้ความสำคัญต่อพันธกรณีระหว่างประเทศต่างๆ ดังที่กล่าวไปข้างต้น” เนื้อหาในแถลงการณ์ระบุ

ลงชื่อ 

รายนามองค์กร

  1. คณะทำงานติดตามความรับผิดชอบของการลงทุนข้ามพรมแดน (ETOs Watch Coalition)
  2. กลุ่มเสรีภาพแม่น้ำโขง (The Mekong Butterfly)
  3. มูลนิธิบูรณะนิเวศ (EARTH)
  4. เสมสิกขาลัย (เมียนมา)
  5. มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLAW)
  6. ศูนย์พิทักษ์และฟื้นฟูสิทธิชุมชนท้องถิ่น (CPCR)
  7. กลุ่มจับตาปัญหาที่ดิน (Land Watch Thailand)
  8. กลุ่มศึกษาการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC Watch)
  9. กลุ่มนิเวศวัฒนธรรมศึกษา
  10.  เครือข่ายปกป้องผืนป่าตะวันออก
  11.  ขบวนผู้หญิงปฏิรูปประเทศไทย (WeMove)
  12.  โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw)
  13.  สมาคมครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว จ.สุรินทร์ 
  14.  กลุ่มรักษ์เชียงของ
  15.  Community Art
  16.  Realframe (ทีมช่างภาพคุณภาพ)
  17.  ศูนย์ข้อมูลและข่าวสืบสวนเพื่อสิทธิพลเมือง (TCIJ)
  18.  ศูนย์อีหลีเฮ็ดจังซี่กับนักข่าวได้จังได๋ (The Isaander)
  19.  กลุ่มนักกฎหมายอาสาเพื่อสิทธิมนุษยชน สิ่งแวดล้อม และประชาธิปไตย (Law Long Beach)
  20.  สมาคมพิทักษ์สิทธิชุมชนเขาคูหา

รายนามบุคคล

  1. ธีระชัย ศาลเจริญกิจถาวร
  2. สุภาภรณ์ มาลัยลอย
  3. กฤต แสงสุรินทร์ 
  4. ศศิประภา ไร่สงวน
  5. นิรมล ใจจันทึก
  6. ปริยากร ตองหว้าน
  7. ศรายุทธ นาคมณี
  8. สุรชัย ตรงงาม 
  9. สุมิตรชัย หัตถสาร
  10.  ผศ.ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์
  11.  ผศ.ดร.ดรุณี ไพศาลพาณิชย์กุล
  12.  กรกนก วัฒนภูมิ
  13.  สงกรานต์ ป้องบุญจันทร์
  14.  กรวรรณ บัวดอกตูม
  15.  พรพนา ก๊วยเจริญ
  16.  ทิวา แตงอ่อน
  17.  สมบูรณ์ คำแหง 
  18.  ชเลฝัน ดิษฐ์ผู้ดี
  19.  กิติมา ขุนทอง
  20.  จุฑามาส ศรีหัตถผดุงกิจ
  21.  สมนึก จงมีวศิน
  22.  วศินี พบูประภาพ
  23.  พริม มณีโชติ
  24.  อภิสิทธิ์ ทรัพย์นภาพันธ์
  25.  รัตนาภรณ์ เจือแก้ว 
  26.  วรรณิศา จันทร์หอม
  27.  สุนิภา รวมทรัพย์
  28.  ธารา บัวคำศรี 
  29.  วรวุธ ตามี่
  30.  ธรธรร การมั่งมี
  31.  ธนกฤต โต้งฟ้า
  32.  พรชิตา ฟ้าประทานไพร
  33.  พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ
  34.  ผศ.เสาวณีย์ แก้วจุลกาญจน์
  35.  สุนี ไชยรส
  36.  เทวฤทธิ์ มณีฉาย
  37.  ณัฐพล เมฆโสภณ
  38.  ประสิทธิ์ชัย หนูนวล
  39.  วัชลาวลี คำบุญเรือง
  40.  อินทิรา มานะกุล
  41.  สมพร เพ็งค่ำ
  42.  จริยา เสนพงศ์
  43.  สุวิทย์ กุหลาบวงศ์
  44.  ธนากร อัฏฐ์ประดิษฐ์
  45.  วิชัย จันทวาโร
  46.  จามร ศรเพชรนรินทร์
  47.  ฐิติพันธ์ พัฒนมงคล
  48.  กานต์สินี อุไรรัตน์
  49.  กัญจน์ ทัตติยกุล 
  50.  รัศมิ์ลภัส กวีวัจน์
  51.  ไพรินทร์ เสาะสาย 
  52.  ฐิตารัตน์ แก้วบัวศรี
  53.  จอน อึ๊งภากรณ์
  54.  ภาสกร จำลองราช
  55.  สิทธิพร เนตรนิยม
  56.  จิตติมา ผลเสวก
  57.  ประสาท นิรันดรประเสริฐ
  58.  อารีวัณย์ สมบุญวัฒนกูล
  59.  ณัฐชานันท์ กล้าหาญ
  60.  คุณวุฒิ บุญฤกษ์
  61.  เยี่ยมยุทธ สุทธิฉายา
  62.  รัตนาพร เขม้นกิจ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s