สรุปสถานการณ์แม่น้ำโขง 2563

“หัวปี ท้ายปี กับ น้ำโขงใส ไร้ตะกอน และการระบาดของสาหร่ายแม่น้ำโขง” สถานการณ์ในปี 2563 ของแม่น้ำโขงนั้นนับว่ามีความซับซ้อนเพิ่มขึ้นอย่างมาก จากปัจจัยใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้น เช่น การเปิดใช้งานของเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ในวันที่ 29 ตุลาคม 2562 ที่ส่งผลกระทบเชิงประจักษ์มากมาย เช่น ภาวะน้ำโขงท้ายเขื่อนลดระดับจนแห้งขอด การเกิดภาวะน้ำใสไร้ตะกอน ส่งผลให้องค์ประกอบในนิเวศเปลี่ยนอย่างรุนแรงจนหลายพื้นที่ในภาคอีสานเกิดสาหร่ายแม่น้ำโขงระบาดหนักหลายเดือน, ปัจจัยจากเขื่อนจีนที่ยังคงบริหารน้ำตามใจชอบจนเกิดวิกฤติภัยแล้งต่อเนื่องยาวนาน ทั้งยังเกิดภาวะน้ำเพิ่มระดับนอกฤดูกาล, ภาวะสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงที่ซ้ำเติมให้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมในภูมิภาคแม่น้ำโขงรุนแรงเพิ่มขึ้น และปัจจัยใหม่ที่ต้องจับตาคือภาวะโรคระบาดอันส่งผลต่อการจัดสรรและการเข้าถึงแหล่งอาหารในแต่ละพื้นที่ ไม่เพียงเท่านั้น ช่วงกระแสแห่งความทุกข์ยากของประชาชนในแม่น้ำโขงที่กำลังดำเนินไปนั้น ยังเกิดบรรยากาศทางการเมืองระหว่างประเทศมหาอำนาจ ที่ใช้แม่น้ำโขงเป็นสนามของความขัดแย้ง การเมืองระดับโลกนี้ได้เกิดขึ้นทับซ้อนกับการเมืองระหว่างประเทศสมาชิกในลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่าง ซึ่งเราต้องจับตาและประเมินสถานการณ์กันต่อไปทั้งสองระดับ อย่างไรก็ตามปัจจัยเรื่องเขื่อนในแม่น้ำโขงยังคงเป็นปัจจัยหลักในเกิดการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศแม่น้ำโขง อย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในทันทีที่มีการเปิดใช้งานเขื่อนไซยะบุรี ด้วยปรากฎการณ์ “น้ำโขงใส ไร้ตะกอน” ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2562 จนเข้าสู่ต้นปี 2563 จนถึงเดือนเมษายน และเมื่อเข้าสู่ช่วงปลายปี 2563 ปรากฎการณ์น้ำโขงใส ไร้ตะกอน ได้ปรากฏขึ้นอีกครั้งในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน 2563 นับเป็นปรากฎการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ดังนั้นปรากฎการณ์ใหม่ของแม่น้ำโขง คือ “หัวปี ท้ายปี … Continue reading สรุปสถานการณ์แม่น้ำโขง 2563

แม่น้ำโขง 2563: “หัวปี ท้ายปี กับ น้ำโขงใส ไร้ตะกอน และการระบาดของสาหร่ายแม่น้ำโขง”

รายงานฉบับนี้สรุปโดย The Mekong Butterfly การเริ่มต้นของการเปิดใช้งานเขื่อนไซยะบุรีในวันที่ 29 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา ได้สร้างจุดเปลี่ยนระบบนิเวศแม่น้ำโขงตอนล่าง พร้อม ๆ กับการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศแม่น้ำโขง อย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในทันทีที่มีการเปิดใช้งานเขื่อนไซยะบุรี ด้วยปรากฎการณ์ “น้ำโขงใส ไร้ตะกอน” ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2562 จนเข้าสู่ต้นปี 2563 จนถึงเดือนเมษายน ปรากฎการณ์นี้เห็นได้ชัดเจนในแม่น้ำโขงด้านท้ายน้ำเมื่อไหลเข้าสู่พรมแดนไทย-ลาว ในเขตอำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ลงไปตามลำน้ำโขงจนถึงเขตอำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี รวมระยะทางกว่า 800 กิโลเมตร และเมื่อเข้าสู่ช่วงปลายปี 2563 ปรากฎการณ์น้ำโขงใส ไร้ตะกอน ได้ปรากฏขึ้นอีกครั้งในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน 2563 นับเป็นปรากฎการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ก่อนการเปิดใช้งานเขื่อนไซยะบุรี  ชาวประมงในทุกจังหวัดติดแม่น้ำโขงของประเทศไทย ระบุตรงกันว่า สภาวะน้ำโขงใส ไร้ตะกอน ในอดีตจะเกิดในช่วงเวลาสั้น ๆ ประมาณ 2-3 เดือน คือระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายนของทุกปีเท่านั้น ดังนั้นปรากฎการณ์ใหม่ของแม่น้ำโขง คือ “หัวปี ท้ายปี กับ น้ำโขงใส ไร้ตะกอน” … Continue reading แม่น้ำโขง 2563: “หัวปี ท้ายปี กับ น้ำโขงใส ไร้ตะกอน และการระบาดของสาหร่ายแม่น้ำโขง”

สภาประชาชนลุ่มน้ำโขงไทย: ประสานประชาชนหลากสายน้ำ ร่วมลงเสาเอก ตอกเสาเข็ม ก้าวแรกสู่สภาประชาชนลุ่มน้ำโขงอาเซียน

เรื่องและภาพโดย ธีระชัย ศาลเจริญกิจถาวร “แม่โขงคือแม่ผู้ให้ความโอบอ้อม โอบกอด มอบสิ่งดีงามให้กับผู้คน เพราะฉะนั้นแม่จึงสำคัญที่สุด ทุกคนมีแม่…ในมุมมองของประชาชน เมื่อมองแม่น้ำโขงจะมองว่าแม่น้ำโขงนั้นมีชีวิตและมีจิตวิญญาณ แต่ความรุนแรงที่เกิดขึ้น เพราะมนุษย์บางกลุ่มมองแม่น้ำเป็นเครื่องมือ เป็นกลไก แต่มุมมองในอดีต คือ เราเห็นแม่น้ำ เราจะเห็นชีวิต วิถี และวัฒนธรรม การมองแม่น้ำโขงแบบไม่เห็นชีวิต มอง (แม่น้ำโขง) เป็นคลองส่งน้ำ คือ การมองแบบเห็นแก่ตัว” คำกล่าวด้านบนของนิวัฒน์ ร้อยแก้ว ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ สะท้อนมุมมองความสัมพันธ์ระหว่างคนโขงกับแม่น้ำโขงได้เป็นอย่างดี พวกเขาไม่เคยมองแม่น้ำเป็นเพียงทรัพยากรหรือเป็นคลองลำเลียงสิ่งของหรือท่อน้ำไหลทิ้ง แต่เป็นสิ่งมีชีวิตที่หล่อหลอมเชื่อมร้อยสิ่งละอันพันละน้อยอื่น ๆ ตลอดลุ่มน้ำเข้าด้วยกัน บรรยากาศการประชุมสภาประชาชนลุ่มน้ำโขง ภายในความยาวกว่าเกือบห้าพันกิโลเมตร นับตั้งแต่จุดกำเนิดจากที่ราบสูงทิเบตไปจนถึงสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงออกยังทะเลจีนใต้ แม่น้ำโขงรัดร้อยผู้คนกว่า 60 ล้านชีวิต มากกว่าร้อยชาติพันธุ์ ใน 6 ประเทศ นับแต่จีนตอนใต้บริเวณมณฑลยูนนาน เมียนมาร์ ลาว ไทย กัมพูชา และเวียดนาม ที่พึ่งพาพันธุ์ปลากว่าเก้าร้อยชนิด สัตว์น้ำอื่น ๆ อีกหลายร้อยชนิด และคนโขงยังอาศัยอยู่ร่วมกับพืชพรรณอีกกว่าสองหมื่นชนิด สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ต่าง ๆ … Continue reading สภาประชาชนลุ่มน้ำโขงไทย: ประสานประชาชนหลากสายน้ำ ร่วมลงเสาเอก ตอกเสาเข็ม ก้าวแรกสู่สภาประชาชนลุ่มน้ำโขงอาเซียน

แม่น้ำโขง ลมหายใจแห่งสรรพชีวิต

ปาฐกถา "แม่น้ำโขง ลมหายใจแห่งสรรพชีวิต"ถูกกล่าวโดย ศ. ดร. ทวนทอง จุฑาเกตุ จากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี หนึ่งในองค์ปาฐกในงาน "ทิศทางการจัดการทรัพยากรลุ่มน้ำโขง จากงานวิจัยเชิงปฏิบัติการลุ่มน้ำโขง" เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2563 ณ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) นับเป็นปาฐกถาอันทรงพลังที่ฉายให้เห็นภาพที่ชัดเจนในเรื่องของการก่อกำเนิดชีวิตและความเป็นอยู่ของสิ่งมีชีวิตที่ถูกกำหนดและจัดรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างกันของสรรพสิ่งโดยแม่ที่ชื่อว่าแม่น้ำโขง โดยเฉพาะพืชพันธุ์ สัตว์ และผู้คน พร้อมไล่เเรียงให้เห็นปัญหาอย่างวิกฤตแม่น้ำโขงที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์และการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง เมื่อเทียบกับแม่น้ำทั่วโลก จะเห็นว่าแม่น้ำโขงเป็นหนึ่งในแม่น้ำที่ไหลจากบนลงล่าง ซึ่งผ่านเขตสภาพอากาศหลายเขต จึงมีความจำเพาะในความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตที่ค่อนข้างสูงกว่าแม่น้ำตามขวางที่ไหลจากซ้ายไปขวา ยกเว้นแม่น้ำแอมะซอน เพราะจริง ๆ แล้ว แม่น้ำหลักของโลกที่ไหลจากบนลงล่างมักมีความอุดมสมบูรณ์และมีความหลากหลาย โดยนักวิทยาศาสตร์มีข้อสรุปว่าทำไมแม่น้ำแอมะซอนที่ไหลจากซ้ายไปขวา ซึ่งสามารถตามอ่านจากงานวิจัยได้ แต่โดยทั่วไปแม่น้ำที่ไหลจากบนลงล่างจะมีความอุดมสมบูรณ์กว่า แล้วทำไมถึงสมบูรณ์ โดยทั่วไป แม่น้ำโขงมีความยาวเป็นอันดับ 10 ของโลก และมีความหลากหลายทางภูมิศาสตร์สูง ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกว้าง ๆ เราจะแบ่งเป็น 5-6 โซน โซนแรกจากทิเบตลงมาถึงเชียงแสนในบริเวณที่เป็นภูเขาสูงและเป็นหุบเขา จากเชียงแสนลงมาถึงเวียงจันทน์ก็เป็นลักษณะหุบเขา เป็นพื้นที่สูง หลังจากนั้นจากเวียงจันทน์ลงมาถึงปากเซหรือในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี เป็นพื้นที่ค่อนข้างราบ แม่น้ำขยาย มีความอุดมบูรณ์ของสิ่งมีชีวิตเยอะ และจากปากเซไปจนถึงจังหวัดกระเจะ ทางตอนเหนือของประเทศกัมพูชา … Continue reading แม่น้ำโขง ลมหายใจแห่งสรรพชีวิต

27 ปีของเกมการเมืองแม่น้ำโขง

กับดักสงครามระหว่างจีนและอเมริกาในวันที่บาดแผลแม่น้ำโขงยังเรื้อรัง————————————————————————————— คงไม่มีช่วงเวลาไหนในประวัติศาสตร์อันยาวนานของสถานเอกอัครราชฑูตจีนประจำประเทศไทย ที่ต้องออกถ้อยแถลงผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อปฏิเสธข้อกล่าวหาในการเป็นต้นเหตุของการเปลี่ยนแปลงการไหลของน้ำโขงอย่างสุดขั้วในลักษณะ “ท่วมหน้าแล้ง แห้งหน้าฝน” ตั้งแต่ปี 2562 และต่อเนื่องจนถึงต้นปี 2563 จากสาเหตุที่เขื่อนจินหงลดการระบายน้ำ จนเกิดภาวะน้ำโขงแห้งมาตลอดหลายเดือนนี้ เป็นการออกถ้อยแถลงที่ “เรียกแขก” จนทำให้ “หัวบันไดไม่แห้ง” เลยทีเดียว เรียงตามช่วงวันเวลา คือ วันที่ 5 กรกฎาคม 2562, วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563, วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563, วันที่ 2 มีนาคม 2563 วันที่ 24, 25, 27 และ 28 เมษายน 2563 โดยสถานฑูตจีน พยายามหักล้างข้อวิจารณ์ โดยใช้วาทกรรมหลักเพื่อแก้ต่าง ดังนี้ ปริมาณน้ำจากจีนมีสัดส่วนเพียง 13.5%, การระบายน้ำเพิ่มในฤดูแล้งเพื่อการชลประทาน, การลดการระบายน้ำในหน้าฝน เพื่อลดความเสียหายจากการเกิดอุทกภัย รวมถึงการใช้วาทกรรม “เพื่อสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงามแก่ประชาชนในภูมิภาค เพื่อความร่วมมืออันดีในอนุภูมิภาคฯ” … Continue reading 27 ปีของเกมการเมืองแม่น้ำโขง

การเมืองของกำลังไฟฟ้าสำรองสู่การเป็นร้านขายแบตเตอรี่แห่งเอเชียของไทย และค่าความไม่พร้อมก็ต้องจ่าย

ธีระชัย ศาลเจริญกิจถาวร   เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สื่อมวลชนบางสำนักได้นำเสนองานวิจัยของมหาวิทยาลัยฮ่องกงภายใต้ชื่อ "วงจรแห่งพลังงาน: ความไม่เป็นธรรมทางสิ่งแวดล้อมจากห้างสรรพสินค้าในกรุงเทพฯ ถึงเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำของลาว" (Circuits of power: Environmental injustice from Bangkok’s shopping malls to Laos’ hydropower dams') ที่ชี้ให้เห็นว่าความเจริญรุ่งเรืองของกรุงเทพฯ ที่มีห้างสรรพสินค้ายักษ์ใหญ่จำนวนมากที่มีการบริโภคไฟฟ้าอย่างมหาศาล และการใช้ไฟฟ้าของผู้คนในเมืองที่ก็อาจจะไม่ได้สนใจเลยว่าไฟฟ้าเหล่านี้มาจากไหน และสร้างผลกระทบอะไรให้ใครบ้างรายงานชิ้นนี้ชี้ว่าความมั่นคงของพลังงานไฟฟ้าของเมืองไทยนั้นส่วนหนึ่งได้มาจากการนำเข้าไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้าน หนึ่งในแหล่งที่มาหลักก็คือ เขื่อนไฟฟ้าในลาวที่มีนักลงทุนต่างชาติโดยเฉพาะนักลงทุนไทยเข้าไปสร้างเขื่อน แน่ละ เพราะไม่มีใครเห็นว่าตัวเลขไฟฟ้าบนหน้าปัดมิเตอร์ไฟฟ้าหน้าบ้าน หรือแม้กระทั่งบิลค่าไฟฟ้ารายเดือนได้ชี้แจงให้เห็นว่าไฟฟ้าที่ได้มาจากไหน และตัวมันเองก็คงบอกไม่ได้ เมื่อเข้าไปสู่ระบบโครงข่ายไฟฟ้าของรัฐวิสาหกิจต่างๆ ที่ดูแลเรื่องไฟฟ้าแล้ว งานวิจัยของมหาวิทยาลัยฮ่องกงดังกล่าวช่วยให้เราตระหนักได้ว่าไฟฟ้าที่เราใช้นั้นสร้างผลกระทบอะไรต่อสภาพแวดล้อมและวิถีชีวิตของคนอื่นได้บ้าง เพราะไม่มีอะไรได้มาฟรี ๆ นอกจากต้นทุนชีวิตของทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม และชีวิตผู้คนแล้ว ใกล้ตัวสุดก็คงเป็นค่าไฟนี่แหละที่อาจทำให้เราคนไทยผู้ใช้ไฟเข้าใจมากขึ้น และถ้าเราไม่ได้อ่านแผนพัฒนาพลังงานไฟฟ้าหรือ PDP กันอย่างจริงจังก็จะไม่รู้ว่า จริง ๆ แล้วประเทศไทยไม่จำเป็นต้องนำเข้าไฟฟ้าหรือสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มแต่อย่างใด นั่นก็เพราะไทยมีกำลังไฟฟ้าสำรองล้นเกินอยู่ในระบบเป็นจำนวนมาก   กำลังการผลิตไฟฟ้าสำรองที่ล้นเกินและราคาที่ต้องจ่าย เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2563 โปรเจกเสวนาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Project SEVANA … Continue reading การเมืองของกำลังไฟฟ้าสำรองสู่การเป็นร้านขายแบตเตอรี่แห่งเอเชียของไทย และค่าความไม่พร้อมก็ต้องจ่าย

Deep in Blue (Mekong) : ท่วมหน้าแล้ง แห้งหน้าฝน และโขงคราม กับความ “ขึด” ของเขื่อนที่กระทำต่อแม่น้ำโขง

ธีรชัย ศาลเจริญกิจถาวร ในช่วงต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา บนหน้าสื่อสังคมออนไลน์ได้ปรากฏภาพของแม่น้ำโขงสีครามจากหลายพื้นที่ในจังหวัดริมโขง ไล่ลงมานับตั้งแต่อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลยจนถึงอุบลราชธานี ผู้คนในโลกเสมือนต่างพากันแสดงความตกตะลึงและชื่นชมความสวยงามนี้ และอยากจะลองไปเที่ยวชมความงามที่หาได้ยากจากที่ไม่ปรากฏในสถานการณ์ปกติ โดยปกติแล้วน้ำโขงจะเป็นสีขุ่นหรือสีปูน แม้ว่าในช่วงฤดูแล้งผิวน้ำจะมีลักษณะที่ใสลงมาบ้าง แต่ก็ไม่มากจนเรียกได้ว่าเป็นปรากฏการณ์โขงครามทั่วท้องน้ำอย่างที่เห็น ราวกับเป็นกระจกใสเช่นนี้ในทุกพื้นที่ หากจะเปรียบเทียบให้ชัดเจนเราจะเห็นความขุ่นของแม่น้ำโขงได้เมื่อไปยืนชมแม่น้ำโขงในจุดที่แม่น้ำโขงได้พบเจอกับแม่น้ำมูน หรือบริเวณที่เรียกว่า “แม่น้ำสองสี” แต่ขณะนี้น้ำโขงได้ใสเทียบเท่าและอาจจะมากกว่าแม่น้ำมูนไปแล้ว หรือหากมองไปในแม่น้ำโขงบริเวณพื้นที่ริมแม่น้ำจะมีสีขุ่นชัดเจน เมื่อเทียบกับพื้นที่กลางน้ำ วลีที่ใช้ส่งเสริมการท่องเที่ยวและบ่งบอกธรรมชาติของสองสายน้ำที่ว่า “โขงสีปูน มูนสีคราม” จึงไม่เป็นเช่นนั้นอีกต่อไป ใต้ความสวยพิฆาตของแม่น้ำโขงในขณะนี้ ลึกลงไปในรายละเอียดเราจะพบว่าจริง ๆ แล้วแม่น้ำโขงกำลังหิวโหย ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “hungry water effect” เกิดจากการที่น้ำไม่มีตะกอนให้กิน หรือไม่มีตะกอนพัดมากับน้ำเลย ทั้งนี้เนื่องจากว่าตะกอนที่ปกติพัดมากับการไหลของสายน้ำถูกกักไว้อย่างผิดธรรมชาติ โดยเขื่อนกั้นลำน้ำโขงสายหลัก ตะกอนปริมาณมหาศาลจมลงจากผิวน้ำลงสู่ใต้น้ำ เกิดภาวการณ์ตกตะกอน น้ำที่เล็ดลอดออกมาจากการผลิตกระแสไฟฟ้าของเขื่อนที่ก่อนหน้านี้ถูกกักไว้จึงกลายเป็นสีครามอย่างที่เห็น เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2562 ที่ผ่านมา เครือข่ายภาคประชาสังคม สื่อมวลชน และนักวิชาการที่ติดตามความเปลี่ยนแปลงของแม่น้ำโขง ได้ร่วมกันจัดงานเสวนา “น้ำท่วมหน้าแล้ง น้ำแห้งหน้าฝน สู่โขงสีคราม: ปัญหา ผลกระทบ และความรับผิดชอบ” ณ สำนักกลางนักเรียนคริสเตียน (สะพานหัวช้าง) … Continue reading Deep in Blue (Mekong) : ท่วมหน้าแล้ง แห้งหน้าฝน และโขงคราม กับความ “ขึด” ของเขื่อนที่กระทำต่อแม่น้ำโขง

เอิ้นขวัญคืนโขงวันเขื่อนจ่ายไฟ

เรื่องและภาพโดย ธีระชัย ศาลเจริญกิจถาวร   สำหรับชาวอุษาคเณย์และชาวจีน การดำรงอยู่ของขวัญ คือ การดำรงอยู่ของชีวิต หากไม่มีขวัญก็ไม่มีชีวิต ขวัญจึงเป็นแหล่งสถิตพลังแห่งชีวิตของพวกเขา คำกล่าวข้างต้นมาจากข้อเขียนที่สำคัญของ สุจิตต์ วงษ์เทศ นักประวัติศาสตร์และโบราณคดีอุษาคเณย์คนสำคัญของเมืองไทยที่มีข้อเสนอว่า ขวัญ เป็นสิ่งจำเพาะของชาวอุษาคเณย์ซึ่งแตกต่างกับจิตวิญญาณในความเข้าใจของตะวันตกหรือแม้กระทั่งพุทธศาสนา สุจิตต์ วงษ์เทศ ได้ชี้ให้เห็นลักษณะของขวัญว่า จริง ๆ แล้ว ขวัญไร้รูปร่าง มองไม่เห็น จับต้องไม่ได้ แต่อยู่อย่างกระจัดกระจายและสถิตอยู่ตามร่างกายของคนและสัตว์ หรือแม้กระทั่งสิ่งของ สถานที่ต่าง ๆ โดยขวัญดำรงอยู่ในสังคมอุษาคเณย์มาเป็นเวลากว่า 3,000 ปี เป็นอย่างน้อยจนถึงปัจจุบัน โดยเราสามารถพบร่องรอยของขวัญได้จากพิธีกรรมที่สำคัญตามงานมงคลและแม้กระทั่งงานอวมงคลต่าง ๆ เราจะพบเห็นพิธีบายศรีสู่ขวัญ ในงานเริ่มต้นสิ่งใหม่ ๆ และในงานที่สร้างขวัญและกำลังใจใครสักคนหรือกลุ่มคน ก่อนที่จะไปเผชิญกับสิ่งที่ไม่ขาดฝัน หรือหลังจากที่พวกเขาประสบหรือเผชิญกับเรื่องเลวร้ายต่าง ๆ นานา พิธีกรรมเอิ้นขวัญคืนโขงที่ชาวบ้านริมโขงกว่า 7 จังหวัด นับร้อยชีวิต ร่วมกันจัดขึ้นบนเรือขนส่งข้ามโขง บนแม่น้ำโขง บริเวณจุดผ่านแดนถาวรบ้านคกไผ่ อำเภอปากชม จังหวัดเลย  เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2562 … Continue reading เอิ้นขวัญคืนโขงวันเขื่อนจ่ายไฟ

ข้อเท็จจริง 8 ประการจากผู้เชี่ยวชาญและจากพื้นที่แม่น้ำโขง กรณีเขื่อนไซยะบุรี ที่มีการเผยแพร่ในหนังสือพิมพ์ ฉบับวันที่ 29 ตุลาคม2562

ข้อเท็จจริง 8 ประการจากผู้เชี่ยวชาญและจากพื้นที่แม่น้ำโขง กรณีเขื่อนไซยะบุรี ที่มีการเผยแพร่ในหนังสือพิมพ์ ฉบับวันที่ 29 ตุลาคม2562 โดย เครือข่ายประชาชนไทย 8 จังหวัดแม่น้ำโขง 7 พฤศจิกายน 2562 สืบเนื่องจากการเผยแพร่ข้อมูลผ่านหนังสือพิมพ์หลายฉบับในวันที่ 29 ตุลาคม 2562 ซึ่งเป็นวันที่เขื่อนไซยะบุรี เริ่มผลิตไฟฟ้าเพื่อขายอย่างเป็นทางการให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) นั้น เครือข่ายประชาชนไทย 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขง ซึ่งทำงานติดตามกรณีผลกระทบจากการพัฒนาบนแม่น้ำโขงมาตลอด ขอมีข้อชี้แจง ดังนี้ 1.ข้อเท็จจริงที่อวดอ้างบนสื่อ: “โรงไฟฟ้าต้นแบบ “ฝายทดน้ำขนาดใหญ่” Run of river มีการอธิบายว่าโรงไฟฟ้าไซยะบุรี ผลิตไฟฟ้าโดยอาศัยการยกระดับน้ำ บริหารจัดการน้ำแบบ in flow = out flow  ยกระดับเท่าตลิ่งในช่วงฤดูน้ำหลาก ยกระดับเพียง 1 ครั้งตลอดอายุของโรงไฟฟ้า ไม่มีอ่างเก็บน้ำ ข้อเท็จจริงจากผู้เชี่ยวชาญและจากพื้นที่: แม้จะเรียกตัวเองว่า “ฝายทดน้ำ” แต่โครงสร้างของเขื่อนไซยะบุรีเป็นโครงสร้างขนาดใหญ่ พาดผ่านกลางลำน้ำโขง ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า คือ … Continue reading ข้อเท็จจริง 8 ประการจากผู้เชี่ยวชาญและจากพื้นที่แม่น้ำโขง กรณีเขื่อนไซยะบุรี ที่มีการเผยแพร่ในหนังสือพิมพ์ ฉบับวันที่ 29 ตุลาคม2562

ประชาชน 7 จังหวัดริมโขงชี้ เขื่อนแม่น้ำโขงส่งผลต่อความสุขคนโขงที่ไม่อาจหวนคืน พร้อมเสนอวิธีการปรับตัวจากปัญหาผลกระทบข้ามพรมแดน

ในเวทีเสวนา "เขื่อนไซยะบุรี กับการเปลี่ยนแปลงทางนิเวศและวิถีชุมชนลุ่มน้ำโขงที่ไม่หวนคืน" เวลา 13.00 - 15.30 น. ณ ศาลาประชาคมอำเภอปากชม จังหวัดเลย ตัวแทนจากชุมชนลุ่มน้ำโขง 7 จังหวัด ได้นำเสนอถึงความเปลี่ยนแปลงและความทรงจำต่อแม่น้ำโขงในช่วงชีวิตของพวกเขาที่ผ่านมา พร้อมสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจากความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว นับแต่มีการสร้างเขื่อนบนแม่น้ำโขงสายหลักในจีน ตั้งแต่ปี 2539 จนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะในช่วง 5-6 ปีหลัง ที่แม่น้ำโขงเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนทั้งในแง่ระบบนิเวศ วิถีชีวิตชุมชน การประกอบอาชีพ และความรู้ความเข้าใจต่อแม่น้ำโขงงที่เปลี่ยนไปและการไม่สามารถคาดการณ์ตามความรู้เดิมหรือภูมิปัญญาของพวกเขาได้อีกต่อไป นำมาสู่การนำเสนอทางออกที่จำเป็น หรืออาจเรียกว่าเป็นการปรับตัวของพวกเขาต่อแม่น้ำโขงที่เปลี่ยนแปลงจากเขื่อน   ความสุขของคนโขงที่ไม่อาจหวนคืน   กุศล พุทธทองศรี ตัวแทนชุมชนริมโขงจังหวัดเลย บอกเล่าถึงความสุขและความทรงจำในวัยเยาว์ของเขาต่อแม่น้ำโขงว่า เมื่อก่อนทรัพยากรในแม่น้ำโขงอุดมสมบูรณ์มาก เมื่อเทียบกับปัจจุบัน กล่าวว่า เมื่อก่อนมีปลาเลิม ซึ่งเป็นปลากินเนื้อขนาดใหญ่ในกลุ่มปลาบึกเป็นจำนวนมาก มากจนขนาดนี้ที่ว่าสามารถปลุกคนหลับให้ตื่นได้ และจะมีเสียงเป็นเอกลักษณ์ชัดเจน แต่เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้ว อีกทั้งในดินแม่น้ำโขงอุดมสมบูรณ์มาก ชาวบ้านสามารถปลูกพืชริมโขงได้โดยไม่ต้องใช้ยาฆ่าหญ้าและปุ๋ย เพียงแต่รดน้ำอย่างเดียวเท่านั้น พืชผักเจริญงอกงาม ได้ผลผลิตดี และพบจักจั่น และไส้เดือนน้ำโขงที่มีขนาดยาวมาก หมออาจกล่าวต่อไปว่าชาวบ้านเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงของแม่น้ำโขงตั้งแต่ช่วงปี 2540 โดยสังเกตจากระดับน้ำที่ขึ้นลงผิดปกติ คาดเดายากขึ้น … Continue reading ประชาชน 7 จังหวัดริมโขงชี้ เขื่อนแม่น้ำโขงส่งผลต่อความสุขคนโขงที่ไม่อาจหวนคืน พร้อมเสนอวิธีการปรับตัวจากปัญหาผลกระทบข้ามพรมแดน