Chinese dams and 12 years of water stealing: China’s selfishness (自私自利) and double crossing (两面三刀) on the lower Mekong governments

Is the Mekong river cursed by its resources? No one can really tell. What is apparent is its rich natural resources and ecosystems have created security for all lives and communities of diverse ethnicities that depend on it for a long time. However, this very richness is also utilized in a new dimension; the rich … Continue reading Chinese dams and 12 years of water stealing: China’s selfishness (自私自利) and double crossing (两面三刀) on the lower Mekong governments

เขื่อนจีนกับ 12 ปี แห่งการขโมยน้ำโขง: อาการหน้าไหว้หลังหลอก (两面三刀) ของคนเห็นแก่ตัว (自私自利) ของจีนต่อรัฐบาลประเทศลุ่มน้ำโขงตอนล่าง

แม่น้ำโขงต้องคำสาปทรัพยากร (Resource Curse) หรือไม่ ไม่มีใครสามารถบอกได้ แต่ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศของแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นหลักประกันความมั่นคงของสรรพชีวิตทั้งปวง และการดำรงอยู่ของชุมชนลุ่มน้ำโขงหลากหลายชาติพันธุ์มาอย่างยาวนานนั้น ได้ถูกใช้ไปในมิติใหม่ นั่นคือแปรผันความอุดมสมบูรณ์ทั้งปวงที่มีอยู่ให้กลายเป็นไฟฟ้า ผ่านสิ่งก่อสร้างที่เรียกว่า “เขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำ” และทำลายหลักประกันความมั่นคงของสรรพชีวิตทั้งหลายออกไป ระยะเวลาเพียงผีเสื้อกระพือปีกของประวัติศาสตร์การกำเนิดเขื่อนบนแม่น้ำโขง ตั้งแต่ปี 2536 เป็นต้นมา ที่ประเทศจีนได้เริ่มสร้างและเดินเครื่องเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนแรกคือ เขื่อนม่านวาน ที่สร้างแรงกระชากต่อวัฏจักรน้ำโขงครั้งรุนแรง นั่นคือปรากฏการณ์น้ำโขงแห้ง วัดค่าได้ต่ำมากและจนถึงวัดค่าไม่ได้ ที่สถานีเชียงแสนใน 2 ช่วงเวลาคือ ระหว่างวันที่ 19-26 เมษายน ระดับน้ำโขงอยู่ระหว่าง 0.88-1.0 เมตร และ ระหว่างวันที่ 26-28 พฤษภาคม 2536 ระดับน้ำโขงอยู่ระหว่าง 0 – 0.23 เมตร ซึ่งปรากฏการณ์นี้ทั้งคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (Mekong River Commission) และประเทศลุ่มน้ำโขงตอนล่างพร้อมใจกันเรียกว่า “ภัยแล้ง” เหมือนว่าวิกฤตินี้เป็นเพียงปรากฏการณ์ทางธรรมชาติอันธรรมดาสามัญ จนถึงปัจจุบัน ประเทศจีนได้สร้างเขื่อนบนแม่น้ำโขงแล้วเสร็จจำนวน 11 เขื่อน โดยไม่เคยแสดงเจตจำนงที่จะปรึกษาหารือใด ๆ กับประเทศลุ่มน้ำโขงตอนล่าง … Continue reading เขื่อนจีนกับ 12 ปี แห่งการขโมยน้ำโขง: อาการหน้าไหว้หลังหลอก (两面三刀) ของคนเห็นแก่ตัว (自私自利) ของจีนต่อรัฐบาลประเทศลุ่มน้ำโขงตอนล่าง

Deserted factory; empty operation center and residual responsibility of Thai sugar investor in Koh Kong

Story and Photos by Teerachai Sanjaroenkijthaworn   The academic operation center; biofertilizer bags as well as piles of chemical bottles labeled and explained in Thai language had been crossed the border and scattered over a vast area.  Almost 20,000 hectares of land located in Sre Ambel district, Koh Kong Province in Cambodia was originally full … Continue reading Deserted factory; empty operation center and residual responsibility of Thai sugar investor in Koh Kong

โรงงานร้าง ศูนย์ปฏิบัติการฯ อันว่างเปล่า และความรับผิดชอบที่ตกค้างของทุนน้ำตาลไทยในเกาะกง

เรื่องและภาพ โดย ธีระชัย ศาลเจริญกิจถาวร ศูนย์ปฏิบัติการวิชาการ ถุงปุ๋ยชีวภาพ และกองขวดสารเคมีเกลื่อนกลาด ที่มีข้อความกำกับและอธิบายเป็นภาษาไทยนี้ข้ามเขตแดนไทยมาปรากฏอยู่บนพื้นที่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ที่แต่เดิมเต็มไปด้วยอ้อยจำนวนมากมายมหาศาลกว่าเกือบ 20,000 เฮกตาร์ ในพื้นที่อำเภอสเรอัมเบล จังหวัดเกาะกง ประเทศกัมพูชา ซึ่งเป็นพื้นที่สัมปทานเพื่อปลูกอ้อยและจัดตั้งโรงงานน้ำตาลของบริษัท เกาะกงการเกษตร จำกัด (Koh Kong Plantation Company Limited : KPT) และ บริษัท น้ำตาลเกาะกง จำกัด (Koh Kong Sugar Industry Company Limited : KSI) บริษัทย่อยของบริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน) ทุนน้ำตาลที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของไทย ซึ่งเข้ามาปักหลักลงทุนในพื้นที่นี้ตั้งแต่ปี 2549 จนถึงปัจจุบัน โดยมีมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 2,000 ล้านบาท แต่น่าแปลกที่สภาพของอาคารศูนย์ปฏิบัติการ และสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ เช่น อาคารสำนักงาน บ้านพักคนงาน … Continue reading โรงงานร้าง ศูนย์ปฏิบัติการฯ อันว่างเปล่า และความรับผิดชอบที่ตกค้างของทุนน้ำตาลไทยในเกาะกง

ดูน้ำโขงกันทีละหยด ไหลเข้า-ไหลออก ที่เขื่อนไซยะบุรี

จากเอกสารของบริษัท ซีเค พาวเวอร์ ที่เผยแพร่ให้สื่อมวลชนในการไปดูเขื่อนไซยะบุรี ระหว่างวันที่ 21-23 กรกฎาคม 2562มีจำนวน 8 หน้า นับเป็นเอกสารที่แปลก ตรงที่ไม่มีการระบุชื่อเรื่องเอกสาร แต่เมื่ออ่านแล้วก็เข้าใจได้ว่า บริษัทฯต้องการบอกว่า เขื่อนไซยะบุรี เป็นเขื่อนผลิตไฟฟ้าแบบน้ำไหลเข้าเท่ากับน้ำไหลออก ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับสถานการณ์น้ำโขงแห้งในภาคอีสานของไทย สาเหตุมาจาก เขื่อนจีนปล่อยน้ำมาน้อยประกอบกับปริมาณฝนที่ตกน้อยในรอบ 100 ปี พร้อมด้วยชุดข้อมูลอ้างอิงเรื่องน้ำโขง, น้ำฝน อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลในเอกสารทั้ง 8 หน้า ไม่ได้มีข้อมูลตัวเลขอัตราการไหลของน้ำโขง ที่ระบุให้เห็นอย่างปราศจากข้อสงสัยว่า น้ำโขงไหลเข้าเท่ากับน้ำโขงไหลออกและมีข้อมูลหลายประการในเอกสารนี้ที่มีมุมมองในด้านที่แตกต่างออกไป ดังที่จะได้กล่าวถึงต่อไปนี้ น้ำโขงมาจากไหน? เอกสารฉบับนี้ ยอมรับโดยดุษฎีว่ามองจากจุดยืนบนสันเขื่อนไซยะบุรีว่า น้ำโขงไม่ได้มาจากแหล่งน้ำตามธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังยอมรับด้วยว่า “น้ำโขงที่มาจากการปล่อยน้ำจากเขื่อนในจีนที่ส่งผลกระทบมากที่สุด” ในจุดยืนเดียวกันกับคนที่แก่งคุดคู้ อ.เชียงคาน จ.เลย หรือที่หาดจอมมณี อ.เมือง จ.หนองคาย ก็ย่อมมองว่า “น้ำโขงที่มาจากการปล่อยน้ำจากเขื่อนในจีนและเขื่อนไซยะบุรีที่ส่งผลกระทบมากที่สุด” ได้เช่นกัน เพราะเป็นเขื่อนที่อยู่ใกล้ประเทศไทยมากที่สุด  สาระสำคัญคือ บริษัทฯได้ยอมรับว่า “เขื่อน” เป็นปัจจัยสำคัญของการระบายน้ำมากหรือน้อย ซึ่งเขื่อนไซยะบุรีก็ไม่ได้มีข้อยกเว้นแต่อย่างใด Natural … Continue reading ดูน้ำโขงกันทีละหยด ไหลเข้า-ไหลออก ที่เขื่อนไซยะบุรี

เสียงของหมาป่าจากต้นน้ำหลานชางเจียง

เรื่องและกราฟิกโดย มนตรี จันทวงศ์ เสียงของหมาป่าจากต้นน้ำหลานชางเจียง[1] ข่าวคำแถลงของโฆษกสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ว่าด้วยคำวิพากษ์วิจารณ์ที่เกี่ยวกับจีนในปัญหาน้ำแม่น้ำโขง เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม[2] ประกอบกับข่าวการแจ้งเตือนของ MRC เกี่ยวกับการลดการระบายน้ำของเขื่อนจินฮง ในวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา[3]  ย่อมไม่ใช่เหตุบังเอิญ แต่เป็นการวางจังหวะให้คำแถลงของสถานฑูตจีนในไทย  ให้อยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับการลดการระบายน้ำของเขื่อนจินฮง โดยอ้างผลประโยชน์ที่คนลุ่มน้ำโขงตอนล่างจะได้รับ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ดี โดยเฉพาะการอ้างว่า “ฝ่ายจีนสร้างเขื่อนแบบขั้นบันไดตามแม่น้ำล้านช้าง เป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของอากาศ สถานีกำเนิดไฟฟ้าแบบขั้นบันไดนั้นปล่อยน้ำในหน้าแล้ง กักเก็บน้ำในหน้าฝน ซึ่งจะเป็นการ “ปรับลดน้ำท่วม เพิ่มน้ำหน้าแล้ง” ต่อแม่น้ำโขง หลังการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ปริมาณน้ำที่ไหลออกนอกประเทศของแม่น้ำล้านช้างได้เพิ่ม 70% ในหน้าแล้ง และลดลง 30% ในหน้าฝนเมื่อเทียบกับสภาพแบบธรรมชาติเดิม ซึ่งได้ลดค่าเสียหายทางเศรษฐกิจของมวลประชาชนสองฟากฝั่งอันเกิดจากระดับน้ำแม่น้ำโขงเปลี่ยนแปลงผิดปกติ” และอ้างถึง “เพื่อสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงามให้กับประชาชนในภูมิภาค เพื่อความร่วมมืออันดีในอนุภูมิภาคฯ” รวมทั้งถ้อยแถลงที่ผ่าน MRC ยังระบุว่า การลดการระบายน้ำของเขื่อนจินฮง จะไม่สร้างผลกระทบที่สำคัญต่อลุ่มน้ำโขงตอนล่าง ผู้เขียนใคร่ขอแสดงทัศนะไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง ต่อคำแถลงของทางการจีนทั้งที่ผ่านสถานฑูตและMRC  ซึ่งเป็นการแถลงเข้าข้างตนเองเพียงฝ่ายเดียว ไม่ต่างกับนิทานหมาป่ากับลูกแกะ ด้วยเหตุผลดังนี้ ประการที่หนึ่ง จีนได้สร้างเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำบนแม่น้ำโขงเขื่อนแรกคือเขื่อนม่านวาน มาตั้งแต่ปี 2536 … Continue reading เสียงของหมาป่าจากต้นน้ำหลานชางเจียง

Summary Minutes from the Forum “Developing Good Governance Beyond Borders in ASEAN: Voices from Communities”

24 August 2018, 9.30 – 16.00 hr. at The Connecion Seminar Center, Ladprao, Bangkok Introduction: On August 24th, 2018, a forum on “Developing Good Governance Beyond Borders in ASEAN: Voices from Communities” was organized in Bangkok by ETOs Watch (a Thai civil society group) and Social Research Institute (Chulalongkorn University). The term ‘Good Governance Beyond … Continue reading Summary Minutes from the Forum “Developing Good Governance Beyond Borders in ASEAN: Voices from Communities”

รายงานการประชุม “การพัฒนาธรรมาภิบาลข้ามพรมแดนสู่อาเซียน: เสียงสะท้อนจากชุมชน”

วันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๔๖๑ ระหว่างเวลา ๐๙.๓๐-๑๖.๐๐ น. ณ ห้องประชุม ออดิทอเรียม The Conecion ๐๙.๓๐ เริ่มด้วยการนำเสนอในหัวข้อ “โครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย: มองอดีต ก่อนเดินหน้า” Thant Zin (ภาคประชาสังคมเมียนมา)  ในทวายตอนนี้นอกจากจะมีโรดลิ้งค์แล้วเรายังมีโครงการเหมืองขนาดใหญ่อีกสองแห่งซึ่งไฟฟ้าที่ได้ทั้งหมดจะส่งให้ประเทศไทย และการตั้งเป้าหมายด้านเศรษฐกิจเป็นหลักของรัฐบาลก็ส่งผลให้ชาวบ้านโดยเฉพาะในพื้นที่กะเหรี่ยงต้องถูกแย่งยึดที่ดิน ซึ่งปัจจุบันที่ดินกว่า ๘๐,๐๐๐ เอเคอร์ของชาวบ้านต้องถูกรัฐบาลยึดไป และในพื้นที่ตะนาวศรีซึ่งจะเป็นที่รองรับโครงการขนาดใหญ่ที่ใช้ที่ดินถึง ๑.๘ ล้านเอเคอร์ ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นก็มีตั้งแต่ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและการสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติ ไปจนถึงผลกระทบทางด้านสังคมและวัฒนธรรม ซึ่งหากจะยกตัวอย่างโครงการที่ได้รับผลกระทบในทุกๆ ด้านนั่นก็คือโครงการเหมืองแร่เฮงดา ชาวบ้านในพื้นที่ได้พยายามต่อสู้เรียกร้องมาอย่างยาวนาน สิ่งที่เราได้ทำไปแล้วก็คือ เราได้ยื่นข้อร้องเรียนกรณีโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติประเทศไทย จนได้มีมติคณะรัฐมนตรีออกมา และยังได้ทำงานร่วมกับ ETO Watch Coalition ในการติดตามประเด็นเงินกู้สร้างถนนเชื่อมต่อ ซึ่งสิ่งที่เราจะวางแผนทำต่อไปในอนาคตอันใกล้คือการสร้างความเข้าใจและและผลักดันศักยภาพของภาคประชาชน เช่นที่หมู่บ้านกาโลนท่า ซึ่งเป็นหมู่บ้านสำคัญอันเป็นจุดเริ่มต้นของผลกระทบจากโครงการต่อแหล่งน้ำธรรมชาติ และอีกเป้าหมายหนึ่งคือจะช่วยสนับสนุนการท่องเที่ยวในท้องถิ่น ซึ่งเป็นการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและวัฒนธรรม ธีรชัย ศาลเจริญกิจถาวร (The Mekong Butterfly) ให้ข้อมูลเรื่องโครงการถนนเชื่อมต่อสองช่องทางและข้อมูลที่ได้จากการลงพื้นที่พูดคุยกับชาวบ้านและภาคประชาสังคมซึ่งจะจัดทำเป็นรายงานการศึกษาว่า เมื่อ วันที่ ๒๙ … Continue reading รายงานการประชุม “การพัฒนาธรรมาภิบาลข้ามพรมแดนสู่อาเซียน: เสียงสะท้อนจากชุมชน”

When ‘Healing is not only an act of kindness, but also a duty’

How many saddle dams are there in the XePian-XeNamnoy Hydropower Project? The first time we read the flood warning letter issued by the XePian-XeNamnoy Power Company (PNPC) on 23 July 2018, it indicated a heavy rainfall and the water level at Saddle Dam D was about to overflow the dam crest. If the dam collapsed, … Continue reading When ‘Healing is not only an act of kindness, but also a duty’

ไขข้อข้องใจ เมื่อการเยียวยาไม่ใช่น้ำใจ แต่คือหน้าที่: กรณีโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเซเปียน-เซน้ำน้อย

อ่างเก็บน้ำเขื่อนเซน้ำน้อย มีเขื่อนปิดกั้นช่องเขาต่ำ (Saddle dam) กี่แห่ง? เมื่อแรกเริ่มที่ได้อ่านจดหมายเตือนภัยน้ำท่วม ของ บ.ไฟฟ้า เซเปียนเซน้ำน้อยจำกัด ลงวันที่ 23 กรกฎาคม 2561 มีข้อมูลว่า ฝนตกหนัก ระดับน้ำใกล้ล้นสันเขื่อนดิน Saddle dam D หากเขื่อนนี้แตก จะทำให้น้ำมากกว่า 5,000 ล้านตัน ไหลลงมาท่วมในเกิดน้ำท่วมลำน้ำเซเปียน จึงมีความสงสัยมาตั้งแต่ต้นว่าเขื่อนที่แตกนี้อยู่ตรงส่วนไหนของอ่างเก็บน้ำเซน้ำน้อย ต่อมาเมื่อได้พบภาพแผนที่แสดงขอบเขตลุ่มน้ำเซน้ำน้อยและอ่างเก็บน้ำเซน้ำน้อย จากรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม เรื่อง Current Environmental Condition ที่ปรากฏในหน้า 4-91[1] ก็ได้เห็นภาพช่องเขาต่ำชัดเจนขึ้น มีจำนวนถึง 5 แห่ง(ดูภาพประกอบ) ความจริงแล้วพื้นที่ตรงนี้มีความสูงค่อนข้างมากอยู่แล้ว แต่เป็นเพราะความโลภที่จะผันน้ำจากเขื่อนห้วยหมากจันกับเขื่อนเซเปียนมาเก็บไว้ในอ่างเก็บน้ำเซน้ำน้อยด้วย (มาถึงตรงนี้ให้นึกถึง ชูชก ที่กินจนท้องแตกตาย) จึงต้องสร้างเขื่อนปิดกั้นช่องเขาเหล่านี้ แล้วเรียกว่า เขื่อนปิดกั้นช่องเขาต่ำ[2] และในภาพ กราฟฟิคแสดงโครงการเขื่อนเซเปียนเซน้ำน้อย ได้ปรากฎเขื่อนปิดกั้นช่องเขาต่ำไว้ 5 แห่งเช่นกัน แต่เมื่อดูในรายงาน Resettlement and Ethnic People Development … Continue reading ไขข้อข้องใจ เมื่อการเยียวยาไม่ใช่น้ำใจ แต่คือหน้าที่: กรณีโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเซเปียน-เซน้ำน้อย