หนังสือภาพ “The Mekong Harmony”

หนังสือภาพถ่าย “แม่น้ำโขง สัมพันธ์ภาพแห่งชีวิต” (The Mekong Harmony) ส่วนหนึ่งเกิดจากความต้องการถ่ายทอดภาพอันสวยงามของแม่น้ำโขง แม่น้ำสายยาวที่ไหลผ่านนานาประเทศนับพันกิโลเมตร แต่ยังมีอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่คงค้างในใจพวกเรามายาวนาน แม้ตลอดการทำงานของพวกเราจะมีช่วงเวลาให้แทบหยุดหายใจเสมอเมื่ออยู่ท่ามกลางการโอบล้อมของทั้งแม่น้ำ ภูเขา หินผา ที่รวมเป็นทิวทัศน์และบรรยากาศอันตรึงใจ แต่เมื่อเราหยุดนิ่ง และสังเกต กลับมีอีกหลายสิ่งที่ดึงดูดเรายิ่งกว่าทิวทัศน์ เราได้เห็นมนุษย์และจังหวะการใช้ชีวิตของพวกเขา เราได้เห็นสีเขียวที่ไล่เฉดต่างกันไปของพุ่มไม้น้ำ บ้างมีดอกขาว บ้างมีผลแดงก่ำพราวทั่วต้น เราได้ยินเสียงนกต่างสายพันธุ์ร้องกระจายไปทั่วคุ้งน้ำทั้งไกลและใกล้ พร้อมเสียงกระพือปีกแยกย้ายจากดอนและแก่งยามเรือหาปลาแล่นผ่าน กลิ่นดินตะกอนหลากมาพร้อมสายน้ำ หรือหากเราเดินตามชาวประมงไป จะได้กลิ่นปลาสดใหม่ที่ดิ้นกันอยู่เต็มข้อง และแม้เราไม่ได้อยู่เป็นพยานของปรากฏการณ์ตรงนั้น แต่สิ่งเหล่านี้ก็เกิดขึ้นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันเป็นปกติธรรมดา ผันเปลี่ยนและเวียนซ้ำตามฤดูกาลเหมือนที่ได้ดำเนินมาตลอดก่อนหน้านี้เนิ่นนาน เป็นข่ายใยชีวิตที่ล้วนประสานสอดคล้องโดยไม่อาจแยกขาดจากกันได้ คงเป็นธรรมชาติของสรรพสิ่งที่ต้องหมุนไปด้วยการพึ่งพาและเกื้อกูล เพราะสมดุลของธรรมชาตินั้นเกิดขึ้นไม่ได้จากการครอบครองกันและกัน ไม่มีสิ่งใดถือตนเป็นเจ้าของสิ่งอื่นได้ หนังสือภาพเล่มนี้จึงหวังพาผู้อ่านไปเฝ้ามองการสนทนาของธรรมชาติร่วมกับเรา ผ่านภาพถ่ายทั้งสิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิต ซึ่งมีวิถีของตัวเองต่างกันไปในแต่ละฤดูกาล ทั้งฤดูแล้ง ฤดูน้ำหลาก และช่วงเวลาเปลี่ยนผ่าน คัดเลือกและร้อยเรียงจากภาพถ่ายที่สะสมไว้ปีแล้วปีเล่า และการย้อนดูภาพถ่ายเหล่านี้เองที่สร้างความรู้สึกอันหนักหน่วงหลากหลายอยู่ภายใน จากทั้งภาพที่สร้างแรงบันดาลใจแก่เราเพื่อศึกษาสิ่งนั้นเพิ่มเติม ทั้งภาพที่พาเราอิ่มเอมเมื่อนึกถึงช่วงเวลาอันสวยงาม และหลายภาพที่พาเราจมกับความรู้สึกเศร้าอย่างอธิบายได้ยาก เมื่อสิ่งที่อยู่ในภาพนั้นได้สูญหาย ถูกทำลาย และเปลี่ยนแปลงไปแล้วอย่างถาวร เราคงทำใจได้ง่ายขึ้นหากการสาบสูญนั้นมาจากผลพวงของเหตุการณ์ทางธรรมชาติ แต่ที่เกิดขึ้นคือ ทั้งเกาะแก่ง นก ปลา ชุมชน วิถีชีวิตของผู้คน ฯลฯ … Continue reading หนังสือภาพ “The Mekong Harmony”

9 ปีของประวัติศาสตร์ที่ซ้ำรอยจากโครงการไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนไซยะบุรี

ชวนอ่านรายงานการศึกษาล่าสุดของ The Mekong Butterfly "ต้นทุนที่ถูกซ่อนภายใต้ข้อจำกัดด้านธรรมาภิบาลและความรับผิดชอบ ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำบนแม่น้ำโขง: 9 ปีของประวัติศาสตร์ที่ซ้ำรอยจากโครงการไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนไซยะบุรี" (The hidden cost of hydropower dams in the Mekong river basin: 9 years of repeated history of lack of Governance and Accountability) รายงานฉบับนี้มีความมุ่งหวังที่จะวิเคราะห์ให้เห็นถึง ต้นทุนจากโครงการสร้างเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำที่ถูกซ่อน และเป็นภาระต่อชุมชน สิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ ตั้งแต่การสร้างเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำบนแม่น้ำโขงตอนล่างแห่งแรก คือเขื่อนไซยะบุรี เมื่อ 9 ปีที่ผ่านมา และติดตามมาด้วยแผนการสร้างอื่นตัวอื่น ๆ อีก 3 แห่ง คือ โครงการเขื่อนดอนสะโฮง, เขื่อนปากแบ่ง และเขื่อนปากลาย โดยเขื่อนไซยะบุรีจะมีกำหนดจ่ายไฟฟ้าอย่างเป็นทางการให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ในวันที่ 29 ตุลาคม 2562 ความเสียหายจากเขื่อนไซยะบุรีที่เกิดขึ้นกับชุมชน สิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศแม่น้ำโขง … Continue reading 9 ปีของประวัติศาสตร์ที่ซ้ำรอยจากโครงการไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนไซยะบุรี

ผักแซ่บริมโขง: ตัวชี้วัดความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ

เรื่องและภาพ: ชนาง อำภารักษ์ วิถีชีวิตการการหาอยู่หากินของคนริมโขงนอกจากจะหาปลากันตลอดปีแล้ว ยังมีผักหลายชนิดที่หาเก็บได้ตามฤดูกาล โดยเฉพาะช่วงน้ำลงที่พืชผักจะโผล่พ้นน้ำให้เราได้เก็บเกี่ยว วันนี้ที่บ้านต้าย ต.นากั้ง อ.ปากคาด จ.บึงกาฬ ชาวบ้านจึงได้ของแซ่บหน้าแล้งเป็นผัก 2 ชนิด คือผักคราด และผักขี้ขมหรือผักดางขม 🌿ผักคราดนี้มีรสออกเผ็ดชาลิ้น เหมาะกินสดแกล้มส้มตำ แจ่ว ซุปหน่อไม้ หรือจะนำไปทำแกงหน่อไม้ แกงปลาก็ได้ 🌿ผักขี้ขม หรือดางขม มีรสออกขมตามชื่อ เหมาะนำมาแกงปลาเพื่อดับกลิ่นคาว เป็นผักแซ่บนิยมกินกันทั่วไปตลอดพื้นที่แนวแม่น้ำโขง ตัวอย่างผักที่เก็บได้วันนี้จะนำมาแกงคู่กับปลาที่หาได้ในแม่น้ำโขงเช่นกัน เรียกว่าลงโขงครั้งเดียวก็ได้วัตถุดิบอย่างดีไปทำอาหารกินในครอบครัวได้หลายมื้อ ยิ่งช่วงเวลาที่ไม่นานสำหรับการโผล่พ้นน้ำในหน้าแล้งให้ได้เก็บกินนั้น จึงนับว่าผักตามฤดูเหล่านี้หายาก เป็นของดีของเด็ด เมื่อถึงฤดูน้ำหลากผักก็จะออกดอกแพร่เมล็ดพันธุ์ให้ไหลไปตามสายน้ำเพื่อรอโอกาสงอกและเติบโตใหม่ในฤดูแล้งหน้า . หากช่วงน้ำลดไม่นานพอหรือน้ำหลากขึ้นลงไม่เป็นฤดูตลอดปี ผักหลายชนิดที่อาศัยปัจจัยของระดับน้ำและวงจรเติบโตตามช่วงเวลาเช่นนี้จะไม่อาจขยายพันธุ์ได้อีกต่อไป ตลอดมาและในอนาคตการปล่อยและกักน้ำจากเขื่อนได้เป็นตัวแปรทำให้ผักพื้นบ้าน รวมทั้งพืชพันธุ์ท้องถิ่น พืชน้ำที่สำคัญต่อระบบนิเวศและการหากินของปลา ไปจนถึงพันธุ์ปลาในแม่น้ำโขงที่มีวงจรชีวิตพึ่งพิงฤดูกาลเช่นกันนั้นลดจำนวนลงเรื่อยๆ การลงโขงหนึ่งครั้งได้แกงกินไปหลายมื้อของชาวบ้านอาจไม่มีอยู่จริงอีกหากการพัฒนา เช่นเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำที่เกิดขึ้นตลอดสายน้ำโขงและน้ำสาขายังคงรุกรานแหล่งอาหารหลักของคนทั้งลุ่มน้ำเช่นนี้

การลงทุนข้ามพรมแดนนอกเงาความรับผิดชอบของรัฐ กรณีเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำปากแบง

โดย ชนาง อำภารักษ์ สืบเนื่องจากแผนในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศลาวคือการส่งออกไฟฟ้าจากเขื่อน โดยเฉพาะเขื่อนบนแม่น้ำโขง เพื่อส่งออกกระแสไฟฟ้าให้ได้มากขึ้น ซึ่งคู่ค้าหลักที่รับซื้อไฟฟ้าของประเทศลาวคือประเทศไทย ทำให้แม้กรณีพิพาทของเขื่อนที่สร้างไปแล้วคือ เขื่อนไซยะบุรี และเขื่อนดอนสะโฮง ยังดำเนินอยู่ไม่จบสิ้น แต่รัฐบาลลาวก็ยืนยันที่จะสร้างเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำแห่งต่อไป นั่นคือโครงการเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำปากแบง (Pak Bang Dam) โดยทางการลาวได้เซ็นบันทึกความเข้าใจกับ กลุ่มบริษัท ต้าถังโอเวอร์ซีส์อินเวสต์เม้นต์ (Datang Overseas Investment) ในเดือน สิงหาคม 2550 เพื่อให้เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างโครงการเขื่อนปากแบง และ เริ่มทำการศึกษาตั้งแต่นั้น ผลการสำรวจศึกษาเบื้องต้นได้รับอนุมัติจากรัฐบาลลาวในเดือน มกราคม 2557 อายุสัมปทาน 30 ปี รวมทั้งระยะเวลาของการก่อสร้างโครงการ และมีบริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็กโก กรุ๊ป บริษัทลูกของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยร่วมลงทุนด้วย[1] โดยจากเวทีแถลงข่าวผลการดำเนินธุรกิจปี 2558 ของ เอ็กโก เมื่อวันที่ 8 มี.ค. 2559 ระบุถึงสัดส่วนการร่วมทุนว่า บริษัท ต้าถัง อินเตอร์เนชั่นแนล … Continue reading การลงทุนข้ามพรมแดนนอกเงาความรับผิดชอบของรัฐ กรณีเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำปากแบง